ผลกระทบช่วงโควิด?
“พี่ว่าโดนทุกวงการโดยเฉพาะวงการบันเทิงโดนเยอะมาก พี่โดนเรื่องละครทุกเรื่องที่เรารับ หยุดหมด มี 4 เรื่อง ปกติที่ได้หยุด สงกรานต์ปีใหม่ ได้หยุดยาวสุดอาทิตย์นึง แต่ครั้งนี้ยาว เวลาเราได้หยุดไม่เกี่ยวกับโควิดอยู่บ้านก็จัดสวนไป รื้อตู้เสื้อผ้า มันมีกิจกรรม”

เริ่มทำธุรกิจ?
“พี่ไม่ได้คิดว่าจะทำเป็นธุรกิจ เพื่อนๆ มาที่บ้านตอนยังไม่มีโควิด พี่ทำกับข้าวให้ทานไข่พะโล้ น้ำเงี้ยว เพื่อนก็บอกให้ทำเลย เราก็เลยเอาสักหน่อย ทำขายแค่ 2 อย่างนี้ เราทำคนเดียวมีน้องมาช่วย 250 บาทต่อชุด เราไม่ได้รับออเดอร์เยอะมันเหนื่อยเกินไป รับเท่าที่ทำไหว”

45 ปีในวงการ?
“วงการบันเทิงในยุคนั้นทุกคนที่เข้ามาในยุคนั้นกว่าจะมาถึงในจุดที่เรายืน อาจจะด้วยการมีวินัย การเคารพผู้ใหญ่ในวงการ สมัยนั้นไม่มีโรงเรียนสอนการแสดง เราจะใช้ครูพักลักจำ ผู้กำกับให้ความรู้ นักแสดงรุ่นพี่ในวงการให้ความรู้ เราไม่เคยเหวี่ยงในกอง เรารับบทบาทไปแล้วรูปลักษณ์จะออกมายังไงก็เล่น แต่งโทรมแต่งสวยเราได้หมด”

สูญเสียลูกชายตั้งแต่ปีที่แล้ว?
“เกือบจะปีแล้วค่ะ ทุกคนต้องเจอเกิดแก่เจ็บตาย แต่ในมุมของพี่เรามองในหลักความจริง เสียใจค่ะ แต่เราบอกเขาตั้งแต่วันที่รู้ว่าเป็นต้องดูแลตัวเองให้ดี ถ้าอยากมีชีวิตอยู่ยาวกว่านี้ แต่จำไว้อย่างนึงว่าโรคนี้ไม่มีทางรักษาหายวันนึงก็ต้องเสีย”

จุดยืนที่ทำให้แข็งแกร่งขนาดนี้?
“พี่ว่าประสบการณ์ทั้งหมดในชีวิตพี่ทำให้เรามองและคิดแบบนี้ พี่เจออะไรที่ทั้งดีและไม่ดีมาเยอะมาก เพียงแต่ว่าพี่ไม่ได้เอาสิ่งพวกนั้นมาทำให้เราแย่ลง ทุกสิ่งที่เราเจอเราเป็นคนเปิดประตูให้สิ่งพวกนี้เข้ามาในชีวิตเรามันทำให้เราแข็งแกร่ง ทำให้เรามองทุกสิ่งในความเป็นจริง ตั้งแต่วันที่รู้ว่าเป็นโรคร้ายจนถึงวันนั้นก็อยู่มาได้ 3 ปี ตอนรู้ครั้งแรกเป็นระยะที่ 4 แล้ว ชีวิตวัยรุ่นของเด็กผู้ชายก็ใช้แบบปกติทั่วไป เขาไอเยอะมากจนเราบอกว่าต้องไปตรวจ ตอนที่รู้เราไม่ช็อคเห็นอาการเขาเราเสิร์ชเข้าไปในกูเกิ้ลว่าอาการนี้น่าจะเป็นอะไร”

ตั้งรับกับความเสียใจยังไง?
“พี่กับลูกชายเราเลี้ยงกันแบบเหมือนเพื่อน มีอะไรเราคุยกัน พี่บอกเขาตลอดเวลาว่า ทำอะไรที่เธออยากทำแล้วมีความสุข บอกเขาแค่นี้ เขาก็ทำเพราะไม่รู้ว่าจะไปวันไหนเมื่อไหร่ มันเหมือนเป็นสิ่งที่ทำให้เราเตรียมใจมาตลอดทุกวันว่า วันนึงคำว่าตายจากกันมันต้องมี จนวันเผาเราน้ำตาไหลบอกให้เขาไปสู่ภพภูมิที่ดี เป็นวันเดียวที่มีน้ำตา”

ห้ามลูกชายมีลูก?
“เขามีแฟนแล้วเขาคุยกันว่าอยากจะมีบอกว่าคิดดีๆ ไปคุยกับหมอก่อนไหม เธอกินยาเยอะขนาดนี้ เป็นขนาดนี้ มันไม่มีทางอยู่แล้วที่เด็กคนนึงจะออกมาจะสมบูรณ์ บอกเขาแล้วเขาก็คุยกับหมอ หมอก็ไม่เห็นด้วย”

ก่อนลูกชายจะไปไม่ปั๊มหัวใจ?
“ใช่ค่ะ เราคุยกันแล้วว่าไม่ปั๊ม เราดูก็รู้แล้วมันเป็นสัญญาณว่าวีคนี้น่าจะไป เราคุยกันมาตลอดตอนที่ทุกอย่างเขายังดีๆ บอกว่าไม่ต้องห่วงแม่ เรายื้อเขาไปมันก็ไม่ใช่ความจริง เขาอยู่ได้ด้วยเครื่องช่วยหายใจ สื่อสารกับเราไม่ได้แล้ว”

ทำใจยังไงลูกชายคนเดียวด้วย?
“สำหรับพี่มันไม่ได้ยาก เรามองในความจริงในสัจธรรม ถ้าเรายื้อเขาไปแก่นแท้ของเรามีความสุขจริงๆ หรือปล่า ลึกๆ มันไม่มีความสุข เรารู้อยู่แล้วว่าเขาไม่อยู่แล้ว ทุกอย่างมันเป็นความจริงเรายึดหลักสัจธรรมเกิดแก่เจ็บตาย เวลาคิดถึงลูกก็พูดกับอากาศไป พี่คิดว่าเขาน่าจะมีความสุขที่เขาได้ไปในจุดที่เขาอยากไป”

ตอนนี้มีหนุ่มดูแลกี่คน?
“พี่อยากให้มีมากเลย แต่ไม่มี น่าจะเพราะว่าเราปิดที่จะมีใครสักคนเข้ามาหาเรา ชีวิตพี่ไม่ได้ออกไปไหนอยู่กองถ่ายทั้งวัน มันก็ไม่เจอใคร วงจรเราอยู่แต่กองถ่าย พอวันหยุดก็อยู่บ้าน โสดมาเกือบ 20 ปีแล้ว พี่ว่าพี่ผ่านความรักมาเยอะดีบ้างไม่ดีบ้าง แต่เราจะไม่โทษใคร เราบอกตัวเองว่าเวลาเรามีแฟนหรือไม่มีเราก็ใช้ชีวิตปกติเราก็ยังทำมาหากินโดยตัวเราเอง ไม่มีเลยดีกว่า ไม่มีมันก็โอเคกว่า มีแล้วชีวิตเราก็ไม่ได้เปลี่ยนอาจจะมีเพิ่มขึ้นมานิดนึง”

ความรักที่ผ่านมาจบเพราะอะไร?
“จบเพราะเรามองแล้วว่าอยู่กันไปทุกอย่างมันไม่มีอะไรขยับ ไม่มีอะไรดีขึ้นหรือเลวลง พี่ยังต้องทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยตัวเองเหมือนเดิม เลยคิดว่าไม่มีผู้ชายอยู่ข้างกายฉันก็ทำเองได้ ไฟที่บ้านขาดฉันก็ทำเองได้ เราเลยไม่มีก็ได้ พี่ปิดตัวเองค่ะ ไม่เหงาคะ พี่มีความสุขที่สุด ไม่ใช่ว่าคนที่มีคู่ไม่มีความสุขนะ มันก็มีความสุขในสิ่งที่คุณเลือก แต่สำหรับพี่มีความสุขที่สุดไปไหนก็ได้ จะทำอะไรก็ได้”

เข็ดกับความรักครั้งเก่า?
“ไม่ได้เข็ดค่ะ ความรักที่เราผ่านมาดีและไม่ดี ให้ใครดี 100 เปอร์เซ็นต์ไม่มี ตัวเราเองก็ยังไม่เพอร์เฟ็กต์ ทุกคนที่ผ่านมาเราเป็นคนเปิดประตูรับ แต่วันนึงมันถึงจุดมันไปต่อกันไม่ได้ ก็แยกย้ายไปเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน อย่าวิ่งตามหาความรัก ถ้าเป็นคนที่ใช่เขาจะวิ่งมาหาคุณเอง แต่ถ้าคุณวิ่งตามถ้าคุณโชคดีในเรื่องความรักก็จะเจอแบบอย่างที่คุณชอบ พี่เชื่อว่าไม่มีใครได้ดีหมดทุกอย่างที่คุณอยากได้ มันอาจจะได้แค่ครึ่งแล้วอยู่ที่ว่าคุณรับได้แค่ไหนของคนที่คุณรัก”
คลิปสัมภาษณ์ ต่าย เพ็ญพักตร์

ที่มา : ข่าวสด
115 Views