ผลการวิจัยของบีบีซีพบว่า ทั่วโลกมีผู้คนอีกอย่างน้อย 130,000 คน เสียชีวิตในช่วงที่เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แพร่ระบาด นอกเหนือไปจากยอดผู้เสียชีวิต 440,000 รายที่ได้รับการบันทึกอย่างเป็นทางการว่ามีสาเหตุการตายจากโรคโควิด-19

การวิเคราะห์ข้อมูลการเสียชีวิตในขั้นต้นของประชากรจาก 27 ประเทศ บ่งชี้ว่า ในหลายพื้นที่มีจำนวนการเสียชีวิตโดยรวมในช่วงที่เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ระบาดสูงขึ้นกว่าปกติ แม้จะมีการเก็บสถิติของผู้เสียชีวิตจากไวรัสมรณะนี้ก็ตาม

จำนวนผู้เสียชีวิตสูงกว่าระดับปกติเหล่านี้เรียกว่า “การเสียชีวิตเกินคาดการณ์” ซึ่งบ่งชี้ว่าผลกระทบที่โรคระบาดครั้งนี้มีต่อมนุษย์มีมากกว่าตัวเลขอย่างเป็นทางการที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ รายงานออกมา

ผู้เสียชีวิตบางคนอาจไม่ได้ถูกนับรวมว่าเป็นเหยื่อของโรคโควิด-19 ขณะที่คนอื่น ๆ อาจเสียชีวิตจากผลกระทบโดยอ้อมของโรคนี้ เช่น เสียชีวิตเพราะระบบสาธารณสุขมีทรัพยากรไม่เพียงพอที่จะรองรับผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และปัจจัยอื่น ๆ

promotional graphic for article on the true death toll of the coronavirus pandemic, highlighting the number of excess deaths globally

ลองสำรวจแผนภาพเคลื่อนไหวด้านล่างเกี่ยวกับการเสียชีวิตเกินคาดการณ์ แล้วเลื่อนลงไปอีกเพื่อดูว่าโรคระบาดครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เช่น ไทย บราซิล อิตาลี รัสเซีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ อย่างไรบ้าง

โควิด-19 : ผลวิจัยบีบีซี

การเปรียบเทียบยอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ของประเทศต่าง ๆ ถือเป็นเรื่องยาก เพราะความแม่นยำของข้อมูลนี้ขึ้นอยู่กับว่าประเทศนั้น ๆ มีการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มากเพียงใด และรัฐบาลได้นับรวมการเสียชีวิตนอกโรงพยาบาลเข้าไปด้วยหรือไม่

อ่านผลการวิเคราะห์การเสียชีวิตเกินคาดการณ์ในประเทศต่าง ๆ รวมทั้งชมวิดีโอบอกเล่าเรื่องราวของผู้ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อมได้ที่ด้านล่าง

โควิด-19 : ผลวิจัยบีบีซี

 

*ข้อมูลจากบราซิลประกอบไปด้วยข้อมูลจากเมืองเซาเปาโล, รีโอเดจาเนโร, มาเนาส์, เรซีฟี, เซาลูอีส, โฟร์ตาเลซา การเสียชีวิตที่คาดการณ์ของบราซิลเป็นการเสียชีวิตที่บันทึกได้ในช่วงเวลาเดียวกันในปี 2019

บราซิลมียอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 สูงสุดเป็นอันดับ 2 ของโลก และยอดการตายนี้ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ชาอีร์ โบลโซนาโร ประธานาธิบดีฝ่ายขวาจัดถูกวิจารณ์จากทั้งในและต่างประเทศว่าไม่ยอมรับถึงความร้ายแรงของการระบาด และไม่สนใจต่อข้อแนะนำด้านสุขภาพและการเว้นระยะห่างทางสังคม

นายกเทศมนตรีเมืองเซาเปาโล ระบุว่า ระบบสาธารณสุขของเมืองใหญ่ที่สุดของบราซิลแห่งนี้อาจล่มสลายลงในเดือนนี้ เนื่องจากความต้องการเตียงฉุกเฉินเพิ่มสูงขึ้นเพื่อใช้รองรับผู้ป่วยโควิด-19

โควิด-19 : ผลวิจัยบีบีซี

เอกวาดอร์เป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ของภูมิภาคลาตินอเมริกาที่รายงานการพบผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 เป็นจำนวนมาก เมื่อช่วงต้นเดือน เม.ย.

เฉพาะในเดือน มี.ค. และ เม.ย. ที่ผ่านมา เอกวาดอร์มีผู้เสียชีวิตมากกว่าสองเท่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ๆ

จำนวนการเสียชีวิตเกินคาดการณ์ของทั้ง 2 เดือนนี้สูงกว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ทั้งหมดที่ทางการเอกวาดอร์เปิดเผย ถึง 16 เท่า

การเสียชีวิตเกินคาดการณ์เหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดกัวยาส ซึ่งมีเมืองกวัยอากิล เป็นเมืองเอก

คาดว่ามีผู้เสียชีวิตจำนวนมากที่ไม่ได้ถูกระบุว่าเสียชีวิตจากโควิด-19 เนื่องจากมีอัตราการตรวจหาเชื้อที่ค่อนข้างต่ำ

แม้จะไม่มีข้อมูลของสาเหตุการเสียชีวิตในทุกพื้นที่ของอินโดนีเซีย แต่ข้อมูลการฝังศพในกรุงจาการ์ตา ถือเป็นมาตรวัดที่ดีของผลกระทบจากโรคระบาดครั้งนี้ที่มีต่ออัตราการตายที่นี่

ข้อมูลในเดือน มี.ค. เม.ย. และ พ.ค. มีการฝังศพที่สุสานในกรุงจาการ์ตาเพิ่มขึ้นกว่า 4,700 ราย เมื่อเทียบกับตัวเลขในช่วงเดียวกันของปีก่อน ๆ

จำนวนพิธีฝังศพที่มากเกินคาดการณ์ในเมืองหลวงแห่งนี้สูงกว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ที่ทางการเปิดเผยถึง 9 เท่า

แม้แต่ที่เกาะอัมบน ซึ่งสถิติของทางการระบุว่าไม่มีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 แต่ชาวบ้านครอบครัวหนึ่งเผยกับบีบีซีว่าสถานการณ์ที่เกิดจากการระบาดของเชื้อไวรัสนี้ ทำให้ลูกชายวัย 3 ขวบของพวกเขาเสียชีวิต

อิหร่านเปิดเผยสถิติผู้เสียชีวิตในทุก 3 เดือน โดยตัวเลขล่าสุดเป็นข้อมูลจากช่วง “ฤดูหนาว”

นี่จึงไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าการเสียชีวิตที่เกินคาดการณ์เป็นผลมาจากการระบาดของโควิด-19

เนื่องจากในฤดูหนาวมักมียอดการตายสูงจากไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล หรือสภาพอากาศที่รุนแรง การเสียชีวิตที่เกินคาดการณ์เหล่านี้อาจมีสาเหตุจากปัจจัยต่าง ๆ ในช่วง 3 เดือนนี้ก็ได้

เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เริ่มระบาดในอิหร่าน ช่วงปลายเดือน ก.พ. และได้คร่าชีวิตเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาล รวมทั้งพลเมืองอิหร่านไปแล้วเป็นจำนวนมาก

ในขณะที่โควิด-19 กำลังแพร่ระบาดไปทั่วอิหร่าน โอหมิด รู้ดีถึงอันตรายของโรคนี้

ชายวัย 66 ปีผู้นี้มีประวัติเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจและต่อมลูกหมาก เขาจึงทราบดีว่าตนเองมีความเสี่ยงสูง

“พ่อระวังตัวมากและเข้ากระบวนการกักตัว” โมจีด ลูกชายของเขาจากเมืองอาร์ดาบิล ระบุ “แต่ท่านไม่ทราบว่าเชื้อไวรัสอาจคร่าชีวิตท่านในทางอ้อมได้”

โอหมิดพยายามรักษาสุขภาพให้แข็งแรง เขารักการการปีนเขา ก่อนจะเกิดโรคระบาดเขาออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน

ระหว่างการกักตัว เขาเริ่มมีเลือดไหลออกมาเล็กน้อย ซึ่งโอหมิดคิดว่ามาจากโรคริดสีดวงทวาร แต่เมื่ออาการเริ่มหนักขึ้น ครอบครัวจึงกล่อมให้เขาไปพบแพทย์

“มันเป็นช่วงเทศกาลวันอีด และสถานพยาบาลเอกชนส่วนใหญ่ได้ปิดให้บริการจากมาตรการล็อกดาวน์” โมจีด เล่า “โรงพยาบาลรัฐต่างเนืองแน่นไปด้วยผู้ป่วยโควิด-19 และมันเสี่ยงเกินไปที่จะไปใช้บริการ”

ในที่สุด โอหมิดได้พบแพทย์ผู้ชำนาญทั่วไป ซึ่งบอกว่าจำเป็นต้องมีการตรวจเพิ่มเติม

อดีตครูผู้นี้ต้องรอถึง 20 วันกว่าที่ศูนย์การแพทย์เอกชนจะเปิดให้บริการ ซึ่งที่นั่นหมอสันนิษฐานว่าเขาอาจเป็นแผลในกระเพาะอาหาร จึงแนะนำให้เขาเข้ารับการตรวจอัลตราซาวด์ที่โรงพยาบาลรัฐ แต่ครอบครัวของเขาเป็นกังวล เพราะได้ยินว่าที่นั่นมี “ความเสี่ยงสูง” จากโรคโควิด-19

ในเดือนถัดมา โอหมิด ยังคงอยู่ที่บ้านโดยไม่ได้รับการรักษาใด ๆ เขาเสียชีวิตจากอาการรุนแรงของโรคหลอดเลือดสมอง

ครอบครัวของโอหมิดบอกว่ายังทำใจยอมรับกับการเสียชีวิตของเขาไม่ได้ เพราะเขาพยายามระวังตัวเป็นอย่างดี

พ่อในความทรงจำของโมจีด เป็นคนตลกและเป็นมิตร “พ่อมีคำแนะนำให้ทุกคนว่าจงเพลิดเพลินไปกับชีวิตในปัจจุบัน เพราะคุณยังมีชีวิตอยู่ และคุณไม่มีทางรู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร”

หมายเหตุ: ข้อมูลของอิตาลีได้จากการนับกลุ่มตัวอย่าง 94% ของประชากร

อิตาลีเป็นประเทศแรกในยุโรปที่ใช้มาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศเมื่อช่วงต้นเดือน มี.ค. เนื่องจากอัตราการติดเชื้อพุ่งสูงในภูมิภาคตอนเหนือของประเทศ

การระบาดของอิตาลีรุนแรงมากทางภาคเหนือ ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่มีการเสียชีวิตเกินคาดการณ์

จำนวนการเสียชีวิตในแคว้นลอมบาร์เดีย ซึ่งมีการระบาดรุนแรง เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าของตัวเลขการเสียชีวิตที่คาดการณ์ไว้สำหรับช่วง 8 สัปดาห์แรกของการระบาด

ส่วนแคว้นทางภาคเหนืออื่น ๆ เช่น ปีเยมอนเต มีจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 50% จากช่วงปกติ ขณะที่แคว้นทางภาคกลางและภาคใต้มีตัวเลขการเสียชีวิตต่ำกว่าปกติ

ในแคว้นลาซิโอ ซึ่งมีกรุงโรมเป็นเมืองเอก มีจำนวนการเสียชีวิตลดลงกว่า 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของ 5 ปีที่ผ่านมา

ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลการเสียชีวิตทั่วประเทศรัสเซียในช่วงที่โรคโควิด-19 ระบาด แต่ข้อมูลจากเฉพาะ 2 เมืองใหญ่ที่สุดของประเทศก็เผยให้เห็นรูปแบบการเสียชีวิตที่เกินคาดการณ์

ในกรุงมอสโก มีรายงานยอดผู้เสียชีวิตทั้งหมดในเดือน เม.ย. สูงขึ้น 17% เมื่อเทียบกับอัตราเฉลี่ยในช่วง 5 ปี

ในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ซึ่งเริ่มเกิดโรคโควิด-19 ระบาดช้ากว่า มีรายงานยอดผู้เสียชีวิตในเดือน เม.ย.ตามที่คาดการณ์ไว้

โควิด-19 : ผลวิจัยบีบีซี

ช่วงที่โควิด-19 ระบาดสูงสุดในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 12 เม.ย. สวีเดนมียอดผู้เสียชีวิตรายสัปดาห์สูงสุดในรอบกว่า 2 ทศวรรษ

ตัวเลขการเสียชีวิตของสวีเดนสวนทางกับประเทศเพื่อนบ้านอย่าง เดนมาร์ก และนอร์เวย์ ซึ่งมีจำนวนผู้เสียชีวิตในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน ๆ มากกว่า

ตลอดช่วงการระบาด สวีเดนไม่ได้ใช้มาตรการล็อกดาวน์ และให้สถานที่ส่วนใหญ่เปิดทำการตามปกติ แต่ใช้วิธีขอความร่วมมือประชาชนเว้นระยะห่างทางสังคมและปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคต่าง ๆ

ดร.อันเดิร์ช เทกแนล นักระบาดวิทยาของรัฐบาล และผู้นำทีมรับมือการระบาดของโรคโควิด-19 ออกมายอมรับเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า การตัดสินใจไม่ใช้มาตรการล็อกดาวน์เข้มงวดทำให้มีผู้เสียชีวิตในประเทศมากเกินไป

อย่างไรก็ตาม เขายืนกรานว่า “เรายังคงคิดว่านี่คือกลยุทธ์ที่เหมาะสมสำหรับสวีเดน” พร้อมเปรียบการต่อสู้กับโรคนี้ว่า “การวิ่งมาราธอน ไม่ใช่การวิ่งเร็วระยะสั้น”

การระบาดสูงสุดของสหราชอาณาจักรอยู่ในช่วงสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 17 เม.ย. โดยมีการเสียชีวิตเกินคาดการณ์กว่า 12,800 คน ในจำนวนนี้ 9,495 คนเป็นการเสียชีวิตที่เกี่ยวเนื่องจากโรคโควิด-19

กรุงลอนดอน ซึ่งเป็นจุดที่มีการระบาดรุนแรงเป็นเวลานานของประเทศ มีการเสียชีวิตเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้เกือบ 2 เท่า นับตั้งแต่โรคเริ่มระบาด

ทุกภูมิภาคของสหราชอาณาจักรต่างก็มีการเสียชีวิตเกินคาดการณ์ โดยภูมิภาคเวสต์มิดแลนส์ และนอร์ทเวสต์ มีผู้เสียชีวิตมากกว่าปกติ 50% ในช่วงที่เกิดโรคระบาด

แม้พื้นที่ทั่วประเทศได้ผ่านพ้นจุดสูงสุดของการระบาดมาแล้ว แต่ภาคตะวันออกของอังกฤษ ยังมีอัตราการเสียชีวิตสูงสุดในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 29 พ.ค.

โควิด-19 : ผลวิจัยบีบีซี

สหรัฐฯ รายงานว่ามียอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 มากที่สุดในโลก คือกว่า 100,000 คน
แต่ความรุนแรงของการระบาดแตกต่างกันออกไปใน 50 รัฐ
ยอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในนครนิวยอร์กมีมากที่สุด และสูงกว่าในหลายประเทศ

แต่โรคระบาดนี้ได้ส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขและชีวิตของพลเมืองอเมริกันในทุกรัฐ
ในขณะที่หลายรัฐ เช่น แคลิฟอร์เนีย ประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์อย่างรวดเร็วเพื่อควบคุมโรค แต่ในรัฐอื่น ๆ เช่น ไวโอมิง กลับเลี่ยงใช้มาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวด
ส่วนอีกหลายรัฐที่ออกคำสั่งให้ประชาชนเก็บตัวอยู่ในบ้าน ก็เริ่มยกเลิกคำสั่งดังกล่าวแล้ว

การเสียชีวิตเกินคาดการณ์วัดกันอย่างไร

การวัดการเสียชีวิตเกินคาดการณ์ของบีบีซีนั้น ทำโดยใช้ข้อมูลการตายของประชากรจากทุกสาเหตุ รายงานประเภทนี้มักถูกบันทึกและตีพิมพ์โดยหน่วยงานฝ่ายทะเบียนราษฎร์ของรัฐ กระทรวงสาธารณสุข หรือสำนักงานสถิติแห่งชาติ

ข้อมูลเหล่านี้มักใช้เวลานานในการประมวลและยืนยันความถูกต้อง ดังนั้นตัวเลขการเสียชีวิตทั้งหมดที่บันทึกในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาจึงเป็นข้อมูลขั้นต้น ซึ่งอาจมีการแก้ไขได้ในภายหลัง และมักปรับเพิ่มตัวเลขการเสียชีวิต

ตัวเลขการเสียชีวิตเกินคาดการณ์คือตัวเลขการเสียชีวิตทั้งหมดที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต ตัวเลขเหล่านี้ของแต่ละประเทศจะถูกปัดเศษให้เป็นหลักร้อยที่มีค่าใกล้เคียงที่สุด

เลือกประเทศอย่างไร

เราเน้นไปยังสถานที่ที่มีข้อมูลการตายมาก และครอบคลุมห้วงเวลาอย่างน้อย 4 สัปดาห์นับจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เริ่มระบาดในพื้นที่

ในกรณีที่ไม่มีข้อมูลทั่วประเทศที่น่าเชื่อถือได้ เรามุ่งเน้นไปในระดับภูมิภาคเล็กกว่าที่มีข้อมูลสมบูรณ์ ยกตัวอย่าง เช่น ในกรุงจาการ์ตา ของอินโดนีเซีย ที่เราใช้ตัวเลขการฝังศพในเมืองทดแทนการนับตัวเลขการเสียชีวิต เป็นต้น

การบ่งชี้จุดเริ่มต้นการแพร่ระบาดในแต่ละพื้นที่ทำอย่างไร

การเริ่มต้นการแพร่ระบาดในท้องถิ่นทำโดยนับจากสัปดาห์ หรือเดือนที่พบผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 อย่างเป็นทางการรายที่ 5 และนับต่อไปจนถึงวันล่าสุดที่สามารถหาข้อมูลได้

โดยส่วนใหญ่เราคำนวณข้อมูลพื้นฐานของการเสียชีวิตตามที่คาดการณ์จากค่าเฉลี่ยของสถิติการเสียชีวิตในพื้นที่ในช่วง 5 ปี คือระหว่างปี 2015 – 2019

ใช้ข้อมูลจากแหล่งใดบ้าง

การนับตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 มักอ้างอิงโดยตรงจากรายงานของรัฐบาลท้องถิ่น แต่เนื่องจากการเข้าถึงข้อมูลของทางการไม่อาจทำได้โดยง่ายเสมอไป เราจึงใช้ข้อมูลที่รวบรวมและเผยแพร่โดย ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งยุโรป

ส่วนพื้นที่ระดับเมือง เช่น กรุงจาการ์ตา เราได้ใช้ข้อมูลการตายจากโควิด-19 เฉพาะในระดับท้องถิ่น

สามารถวัดผลกระทบจากโควิด-19 ด้วยวิธีอื่นหรือไม่

การเปรียบเทียบตัวเลขการเสียชีวิตเกินคาดการณ์กับการเสียชีวิตตามคาดการณ์ในช่วงที่เกิดโรคระบาดในประเทศนั้น ๆ คือหนึ่งในหลายวิธีที่จะวัดผลกระทบที่เกิดขึ้นได้

นี่คือวิธีที่มีประโยชน์ในการประเมินยอดผู้เสียชีวิตทั้งหมดที่บันทึกได้ โดยแสดงออกมาในรูปตัวเลขคนเสียชีวิตในระดับสูงเกินคาด หรือในอัตราร้อยละที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย

อีกวิธีการวัด คือการวิเคราะห์จำนวนการเสียชีวิตเกินคาดการณ์ต่อประชากรหนึ่งล้านคน ข้อดีของวิธีนี้ช่วยให้สามารถเปรียบเทียบข้อมูลของประเทศที่มีจำนวนประชากรแตกต่างกันได้ง่ายขึ้น

แต่ข้อเสียของวิธีนี้จะทำให้ประเทศที่มีประชากรวัยชรามากกว่าและสุขภาพแย่กว่าเสียเปรียบ เพราะไม่ได้ประเมินจากข้อเท็จจริงที่ว่าประเทศที่มีประชากรสูงวัยมีแนวโน้มที่จะมีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 สูงกว่านั่นเอง

 

แหล่งข้อมูล

Statistik Austria; Belgium Mortality Monitoring; Sciensano; Belgian Institute for Health; Civil Registry of Brazil; Chile Civil Registration and Identification Service; Chile Ministry of Science, Technology, Knowledge and Innovation; Chile Ministry of Health; Statistics Denmark; Ecuador General Directorate of the Civil Registry; Ecuador National Institute of Statistics and Census (INEC); French National Institute of Statistics and Economic Study (Insee); Germany Federal Statistics Office;

DKI Jakarta Provincial Park and Forest Service; Iran National Organisation for Civil Registration: Italian National Institute of Statistics (Istat); Japan Bureau of Statistics: Ministry of Internal Affairs and Communications; Statistics Netherlands (CBS); Statistics Norway; Peru Ministry of Health;

Peru National Information System of Deaths (SINADEF): Portugal Directorate-General for Health; Moscow Office of Civil Registration; Moscow Government; St Petersburg Office of Civil Registration; Statistical Office of the Republic of Serbia; South African Medical Research Council (SAMRC);

South Africa Department of Statistics (Stats SA); Statistics Korea (KOSTAT); Institute of Health Carlos III (ISCIII), Spain; Mortality Monitoring Spain; Statistics Sweden; Federal Statistical Office Switzerland; Thailand Department of Provincial Administration; Istanbul Metropolitan Municipality; Tubitak (Scientific and Technological Research Council of Turkey); Office of National Statistics (ONS);

National Records of Scotland (NRS); Northern Ireland Statistics; Research Agency (NISRA); State Statistics Service of Ukraine; American Centers for Disease Control and Prevention (CDC); US National Center for Health Statistics (NCHS); European Centre for Disease Prevention and Control (ECDC)

เครดิต

Design by Prina Shah and Zoe Bartholomew. Development by Becky Rush and Scott Jarvis. Data analysis and writing by Becky Dale and Nassos Stylianou. World Service languages coordination by Ana Lucia Gonzalez. Global case study production by Louise Adamou and Paul Harris. Statistical oversight by Robert Cuffe. Illustrations by Jilla Dastmalchi. Project management by Sally Morales. Production by John Walton and Jacky Martens.

Additional contributions from: Stéphane Helleringer, Associate Professor, Johns Hopkins University; Dr Bernardo Lanza Queiroz, Associate Professor of Demography, University Federal de Minas Gerais; Dr Hazhir Rahmandad, Associate Professor, MIT Sloan School of Management; Navid Ghaffarzadegan, Associate Professor, Virginia Tech University; Iran Ministry of Health, Mesut Erzurumluoglu, Research Associate, MRC Epidemiology Unit, University of Cambridge; Dr Yu Korekawa, Director for International Research and Cooperation, National Institute of Population and Social Security Research

ที่มา :  BBC Thai

51 Views