วันที่ 14 ก.ค. บีบีซี รายงานว่า การระบาดของโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจของสิงคโปร์ในไตรมาสที่สองเข้าสู่ภาวะถอดถอยอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการขยายล็อกดาวน์จนภาคธุรกิจและการจับจ่ายใช้สอย

การเติบโตของเศรษฐกิจในสิงคโปร์ลดลงร้อยละ 41.2 เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2563 เป็นการหดตัวมากสุดเป็นประวัติการณ์ และทางการสิงคโปร์พยากรณ์จะเป็นภาวะถดถอยเลวร้ายสุดของประเทศ นับตั้งแต่เป็นเอกราชจากมาเลเซียเมื่อปี 2503

ข้อมูลทางการสิงคโปร์เผยผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี ของไตรมาสที่สองของสิงคโปร์ หดตัวร้อยละ 12.6 เมื่อเปรียบเทียบเป็นรายปี ถือเป็นตัวเลขเลวร้ายกว่าคาดการณ์ ส่วนจีดีพีไตรมาสแรกลดลงร้อยละ 2.2 เมื่อเปรียบเทียบเป็นปีต่อปี และลดลงร้อยละ 10.6 เมื่อเปรียบเทียบเป็นไตรมาสต่อไตรมาส

สิงคโปร์เป็นหนึ่งในชาติแรกๆ ของโลกที่เปิดเผยข้อมูลตัวเลขการเติบโตช่วงที่เศรษฐกิจหลายประเทศอยู่ในห้วงล็อกดาวน์ สะท้อนว่าการระบาดอย่างต่อเนื่องสามารถส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลกได้

ภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงยังชี้ว่า การระบาดของโควิด-19 อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของสิงคโปร์หนักกว่าประเทศอื่นๆ ในเอเชีย ขณะที่การค้าโลกที่ตกต่ำส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตที่พึ่งพาการส่งออกของสิงคโปร์ ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมการก่อสร้างหยุดชะงักและผู้ค้าปลีกเห็นยอดขายตกต่ำเป็นประวัติการณ์

ในทางตรงข้าม จีดีพีของญี่ปุ่นหดตัวรายร้อยละ 20 ในไตรมาสที่สองจากสามเดือนก่อนหน้า ขณะที่ข้อมูลสัปดาห์นี้อาจเผยว่า เศรษฐกิจจีนตอนนี้กลับมาเติบโตอีกครั้ง

ข้อมูลจากสิงคโปร์สร้างแรงกดดันต่อพรรคกิจประชาชน (พีดีพี) ซึ่งเมื่อสัปดาห์ก่อนชนะการเลือกตั้งทั่วไปและครองที่นั่งในสภาลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่เป็นเอกราชเมื่อ 55 ปีก่อน และเป็นเป็นพรรคการเมืองเดียวที่เป็นรัฐบาลมาตลอด

รัฐบาลสิงคโปร์ใช้เงินราว 67,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2.1 ล้านล้านบาท) หรือเกือบร้อยละ 20 ของจีดีพีของสิงคโปร์ ในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจและครัวเรือนที่กำลังประสบปัญหา

สิงคโปร์เริ่มผ่อนคลายล็อกดาวน์ หรือในชื่อของ การตัดวงจร (Circuit Breaker) เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. และเข้าเฟสสองของการเปิดเศรษฐกิจประเทศอีกครั้งเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ซึ่งอนุญาตให้ร้านค้าและร้านอาหารส่วนใหญ่กลับมาดำเนินธุรกิจ แต่ยังบังคับใช้กฎการเว้นระยะทางสังคม

 

 

 

 

 

ที่มา : ข่าวสด

31 Views