คณะรัฐมนตรีใหม่เข้าเฝ้า

ในหลวง โปรดเกล้าฯให้ นายกฯ นำรัฐมนตรีใหม่เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับตำแหน่ง

เมื่อ 11:29 น. ของ 12 สค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ห้ว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออกพระที่นั่งอัมพรสถานพระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เข้าเฝ้าจำนวน 7 คน เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับตำแหน่ง

ก่อนหน้านี้ เมื่อ 6 สค. ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรี ในรัฐบาล “ประยุทธ์ 2/2” ปรากฏชื่อ “2 คนนอก” เข้ามาร่วมวงฝ่ายบริหาร ขณะที่อดีตโฆษกหญิงของรัฐบาล ขยับชั้นเป็นรัฐมนตรีช่วยฯ ตามคาด

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 9 มิถุนายน พุทธศักราช 2562 แล้ว และแต่งตั้งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดิน ตามประกาศลงวันที่ 10 กรกฎาคม พุทธศักราช 2562 นั้น บัดนี้ นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลว่า ได้มีรัฐมนตรีลาออกบางตำแหน่ง สมควรแต่งตั้งรัฐมนตรีแทนตำแหน่งที่ว่างและเพิ่มเติมบางตำแหน่ง เพื่อความเหมาะสมและบังเกิดประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้

  • นายดอน ปรมัตถ์วินัย เป็นรองนายกรัฐมนตรี อีกตำแหน่งหนึ่ง
  • นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน
  • นายอนุชา นาคาศัย เป็น รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • นายปรีดี ดาวฉาย เป็น รมว.คลัง
  • นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็น รมว.การกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
  • นายสุชาติ ชมกลิ่น เป็น รมว.แรงงาน
  • นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็น รมช.แรงงาน

ราชกิจจานุเบกษา

ราชกิจจานุเบกษา

สำหรับเสนาบดีหน้าใหม่ มาในโควต้าของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 3 คน, โควต้ากลางของนายกฯ 2 คน และโควต้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) 1 คน

line

เปิดประวัติว่าที่ รมต. หน้าใหม่

นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

นายอนุชา นาคาศัย

นายอนุชา นาคาศัย (ซ้ายสุด)

อายุ: 60 ปี

การศึกษา: ปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ ม.รามคำแหง และปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ สาขาบริหารรัฐกิจ ม.ธรรมศาสตร์

ส.ส.ชัยนาท 3 สมัยรายนี้ เป็นนักการเมืองผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ตั้งแต่เป็นสมาชิกกลุ่ม “วังน้ำยม” สังกัดพรรคไทยรักไทย (ทรท.) โดยอนุชารับหน้าที่เป็นเลขานุการรัฐมนตรีให้พี่ ๆ ก่อนที่ทั้ง 3 คนจำต้อง “เว้นวรรคการเมือง” นาน 5 ปี เมื่อตุลาการรัฐธรรมนูญสั่งยุบ ทรท. พร้อมตัดสิทธิ กก.บห. เมื่อปี 2550 และถือเป็นการจบภารกิจการเมืองกับฝ่าย “พรรคทักษิณ”

ในระหว่างนั้นชื่อของนายอนุชาไม่เคยห่างหายจากสารบบการเมืองไทย สะท้อนผ่านการส่งภรรยา นางพรทิวา นาคาศัย (ปัจจุบันหย่าร้างกันแล้ว และเปลี่ยนนามสกุลเป็น ศักดิ์ศิริเวทย์กุล) เข้าไปเป็นเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และลงสนามเลือกตั้งแทน ได้เป็น ส.ส.ชัยนาท ก่อนเข้าไปรั้งเก้าอี้ รมว.พาณิชย์ ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

กระทั่งปี 2561 นายสุริยะ-นายสมศักดิ์-นายอนุชาได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ประกาศตั้งกลุ่ม “สามมิตร” มีภารกิจสำคัญในปฏิบัติการ “ดูด-ดึง” อดีต ส.ส. ให้เข้าร่วมอุดมการณ์กับ พปชร. และส่ง ส.ส. ในความดูแลเข้าสภาได้ราว 30-40 ชีวิต เป็นผลให้ “2 ส.” มีเก้าอี้รัฐมนตรีรองก้นทันทีที่ตั้งรัฐบาล “ประยุทธ์ 2/1” ส่วนนายอนุชาที่คาดหวังจะได้เป็น รมช.คลัง ต้องผิดหวังในครั้งแรกเมื่อพลาดทุกตำแหน่ง ก่อนมาสมหวังในอีก 1 ปีให้หลัง เมื่อปฏิบัติ “ยึดพรรค ก่อนเก้าอี้ รมต.” สำเร็จ โดยที่นายอนุชาได้เป็นเลขาธิการ พปชร. ก่อนแต่งตัวรอเป็นรัฐมนตรี

ภาพลักษณ์/ภาพจำ: “เสี่ยแฮงค์”

นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน

นายสุชาติ ชมกลิ่น

อายุ: 46 ปี

การศึกษา: ปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ ม.เกริก

แม้เป็น ส.ส.ชลบุรี เพียง 2 สมัย แต่นายสุชาติกลับได้รับความไว้วางใจจาก “ผู้ใหญ่” ให้ทำหน้าที่ประธาน ส.ส. ของ พปชร. คอยเชื่อมต่อระหวางฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหาร และยังมีอีกตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าพรรค

เขาเริ่มต้นเส้นทางการเมืองขณะมีอายุ 26 ปี ในฐานะสมาชิกสภาจังหวัด (ส.จ.) ชลบุรี ด้วยแรงสนับสนุนของ “บ้านใหญ่” อันหมายถึงตระกูล “คุณปลื้ม” ของนายสมชาย หรือ “กำนันเป๊าะ” และก็ได้เป็น ส.ส. สมัยแรกเมื่อปี 2554 ในนามพรรคพลังชลของตระกูลคุณปลื้มเช่นกัน

หลังรัฐประหาร 2557 เขาไปทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในนาม บมจ. อรินสิริแลนด์ หรือ ARIN ก่อนทิ้งเก้าอี้กรรมการผู้จัดการ (ซีอีโอ) หวนคืนสนามการเมืองในปี 2562 ในนาม ส.ส. พปชร.

นายสุชาติเป็นอีกคนที่ต้อง “อกหัก” กับโผ ครม. “ประยุทธ์ 2/1” แม้มี ส.ส. ภาคกลางและตะวันออกในความดูแลราว 15-16 ชีวิต จนมีชื่อเป็น “เต็งจ๋า” รมว.แรงงาน แต่จำต้องปล่อยเก้าอี้ให้พรรคร่วมรัฐบาลไป ทว่าด้วย “กำลังภายใน” ทำให้ พปชร. เจรจาต่อรองขอสลับโควต้ารัฐมนตรีกับ รปช. ได้สำเร็จ เป็นผลให้เขาได้เก้าอี้ “เจ้ากระทรวงจับกัง” ไปรองก้นสมใจ

ภาพลักษณ์/ภาพจำ : “เสี่ยเฮ้ง”

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์

อายุ: 46 ปี

การศึกษา: ปริญญาตรี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโท 2 ใบ จากคณะวิทยาศาสตร์ สาขาคณิตศาสตร์ประยุกต์ ม.จอร์เจีย ประเทศสหรัฐฯ และคณะบริหารธุรกิจ สาขาเศรษฐศาสตร์ประยุกต์ และปริญญาเอก ปรัชญาการเงิน จากวิทยาลัยวอร์ตันแห่ง ม.เพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐฯ

จากศาสตราจารย์ประจำสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และที่ปรึกษาของตลาดหลักทรัพย์นานกว่า 10 ปี นางนฤมลเข้ามาชิมลางการเมืองในรัฐบาลหลังรัฐประหาร 2557 ในฐานะคณะทำงานของ พล.อ. ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน โดยเข้าไปดูแลยุทธศาสตร์การลงทุนของกองทุนประกันสังคม ก่อนขยับชั้นเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ของนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ ด้วยการฝากฝังของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ในขณะนั้น

พอเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง 2562 สตรีผู้มีดีกรีเป็น “ดร.” เข้าไปร่วมทีมผลิตนโยบายหาเสียงชุด “มารดาประชารัฐ” ที่มีนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีต รมว.อว. อีกคนสนิทของนายสมคิด เป็นต้นคิดหลัก ก่อนที่ชื่อของ ดร.แหม่ม จะปรากฏในบัญชีรายชื่อหมายเลข 5 ของพรรค จึงไม่แปลกหากเธอจะวาดหวังถึงการได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีสักครั้ง

ทว่าด้วยโควต้ารัฐมนตรีที่พรรคต้นสังกัดได้ไปไม่เพียงพอต่อการจัดสรร-สนองตอบความอยากของนักเลือกตั้งให้ครบทุกคน ความฝันของนางนฤมลจึงต้องลดระดับลง เธอได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และต้องลาออกจากการเป็น ส.ส. เพื่อรักษา “ปริมาณมือในสภา” ท่ามกลางภาวะ “รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ” ในระหว่างนี้เองที่เธอได้พลิกไปเดินตามรองนายกฯ อีกคน พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ และไม่ปฏิเสธหากสื่อจะจับชื่อเธอลง “กลุ่มบิ๊กป้อม”

สัญญาณแน่ชัดว่า “โอกาสของ ดร.แหม่ม ใกล้มาถึงแล้ว” เกิดขึ้นเมื่อนางนฤมลได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ พปชร. เมื่อ 27 มิ.ย. ให้ดำรงตำแหน่งเหรัญญิกพรรค ก่อนร่อนใบลาออกจากตำแหน่ง “โทรโข่งรัฐบาล” เมื่อ 30 มิย.


นายปรีดี ดาวฉาย รมว.คลัง

อายุ: 61 ปี

การศึกษา: ปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์, เนติบัณฑิตไทย, ปริญญาโท กฎหมายเปรียบเทียบ ม.อิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐฯ

นายปรีดี ถือเป็น “ลูกหม้อ” ของ บมจ.กสิกรไทย ขนาดแท้ เพราะเขาได้ทุนธนาคารแห่งนี้ไปเรียนต่างประเทศ จากนั้นเมื่อกลับมาทำงาน-ใช้ทุน เขาก็อยู่ภายใต้องค์กรแห่งนี้นานกว่า 3 ทศวรรษ ไต่ระดับจากการเป็น นิติกร สู่ ผู้อำนวยการฝ่าย, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ, รองกรรมการผู้จัดการ และขึ้นสู่จุดสูงสุดในฐานะกรรรมการผู้จัดการ

ด้วยสถานะ “นายธนาคารใหญ่” และประธานสมาคมธนาคารไทย ทำให้นายปรีดีมี “ความสัมพันธ์ทางการงาน” กับรัฐบาล “ประยุทธ์” ในหลายกรรมหลายวาระ ทั้งในยุคหลังรัฐประหารและหลังการเลือกตั้ง เคยเป็นที่ปรึกษาโครงการลงทุนของภาครัฐ, กรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.), กรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ), กรรมการที่ปรึกษาด้านธุรกิจภาคเอกชน ในศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รวมถึงกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่จัดทำขึ้นมาในยุครัฐบาล คสช.

การเป็น “นายแบงก์สายกฎหมาย” ทำให้ พล.อ. ประยุทธ์ ตัดสินใจเลือกนายปรีดีมาเป็น “ขุนคลัง” ในโควต้ากลางของนายกฯ


นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน

อายุ: 60 ปี

การศึกษา: ปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโท บริหารธุรกิจ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นายสุพัฒนพงษ์สั่งสมประสบการณ์ทำงานในธุรกิจพลังงานมายาวนาน เป็นผู้นำสูงสุดขององค์กรอย่างน้อย 3 บริษัท ได้แก่ ประธาน บมจ. โกลบอล กรีน เคมิคอล, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. พีทีที โกลบอล เคมิคอล และประธานกรรมการ บมจ. โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ นอกจากนี้ยังเคยเป็นรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. และกรรมการ บริษัท PTTGC International Private Limited

ส่วนตำแหน่งอื่น ๆ ที่ทำให้ชายผู้นี้ต้องเข้ามาผูกสัมพันธ์กับภาคราชการ อาทิ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.), กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)

นอกจากนี้ยังถือเป็น “ผู้รักเรียน” เพราะมีชื่อเป็ผู้เข้าร่วม “หลักสูตรคอนเนคชั่น” ในหลากหลายสถาบัน อาทิ หลักสูตร “การปฏิรูปและสร้างเครือข่ายนวัตกรรม” รุ่น 2 ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.), หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงของสถาบันวิทยาการตลาดทุน (วตท.) รุ่น 23, หลักสูตรหลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย (นธป.) ของวิทยาลัยศาลรัฐธรรมนูญ รุ่น 3, หลักสูตรการกำกับดูแลกิจการสำหรับกรรมการและผู้บริหารระดับสูงของรัฐวิสาหกิจและองค์การมหาชน ของสถาบันพระปกเกล้า รุ่น 12, หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านวิทยาการพลังงาน ของสถาบันวิทยาการพลังงาน (วพน.) รุ่น 4, หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร ของวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่น 50, หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐร่วมเอกชน (ปรอ.) รุ่น 20

ที่สำคัญคือเป็น “ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ” ของ พล.อ. ประยุทธ์ ทำให้เขาได้รับเลือกให้ย้ายไปร่วมวงประชุมฝ่ายบริหารในฐานะรัฐมนตรี


นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

อายุ: 66 ปี

การศึกษา: ปริญญาตรี วิทยาลัยชาร์ลสตัน ประเทศสหรัฐฯ ปริญญาโท ม.จอร์เจีย และปริญญาเอก ม.โคลัมเบีย

นายเอนกเป็นอดีตรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ม.ธรรมศาสตร์ และอดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ เจ้าของแนวคิดการเมือง “สองนคราประชาธิปไตย” ก่อนเบนเข็มชีวิตเข้าสู่สนามการเมืองเมื่อ 20 ปีก่อน ด้วยการเข้าสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อครั้งแรกในการเลือกตั้งปี 2544 และขึ้นเป็นรองหัวหน้าพรรคเก่าแก่ขณะมีอายุการเมืองเพียง 2 ปี

ต่อมาปี 2547 เขาออกลาออกไปลุยทำพรรคมหาชนกับ พล.ต. สนั่น ขจรประศาสน์ อดีตเลขาธิการ ปชป. โดยนายเอนกนำพรรคเข้าสู่สนามเลือกตั้งปี 2548 ในฐานะหัวหน้าพรรค เสนอตัวเป็น “พรรคทางเลือกที่ 3” หลังการเมืองเข้าสู่ยุค 2 ขั้ว ระหว่าง ทรท. กับ ปชป. แต่สุดท้ายไปไม่ถึงฝั่งฝันเมื่อหิ้ว ส.ส. เข้าสภาได้เพียง 2 คน เพราะ “พอมีกระแส แต่ขาดกระสุน” เป็นผลให้นายเอนกต้องลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคมหาชนเมื่อ 4 มี.ค. 2548 และหลบไปเลียแผลใจ ก่อนกลับมาใหม่ในปี 2550 ภายใต้พรรคต้นสังกัดแห่งที่ 3 พรรครวมใจไทยชาติพัฒนาไทย แต่ก็ไม่มีงานการเมืองอะไรเป็นกิจลักษณะ

มามีตำแหน่งแห่งที่ตัวอีกครั้งในฐานะสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่ตั้งโดย คสช. โดยที่เจ้าตัวประกาศว่าเข้ามาเพื่อทำภารกิจสร้างความปรองดอง

กระทั่งปี 2561 เขาสมัครเป็นสมาชิก รปช. ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ ปชป. และอดีตแกนนำ กปปส. เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง

เขามีชื่อเป็นแคนดิเดตหัวหน้า รปช. คนแรก แต่ในเวลานั้นนายเอนกได้ออกมาปฏิเสธและประกาศผ่านกระดานข้อความในเฟซบุ๊กของเขาว่า “เบื่อหน่ายการเมืองแบบเก่า ๆ ออกกลิ่นน้ำเน่า” แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยินดีเปิดหน้าสนับสนุนพรรคการเมืองแห่งนี้ พร้อมกับคอยนำเสนอแนวคิดการเมืองแบบอนุรักษนิยมอยู่เนือง ๆ

ต่อมาเมื่อ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน และหัวหน้าพรรค รปช. ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค รปช. ก็ปลดคุณชายกลางอากาศ ด้วยการทำหนังสือถึงนายกฯ ขอเสนอชื่อนายเอนกเป็นรัฐมนตรีแทน

ภาพลักษณ์/ภาพจำ : เจ้าของทฤษฎี “สองนคราประชาธิปไตย”, “ไอ้หนุ่มซินตึ๊ง” เรียกโดยนายทักษิณ ชินวัตร

 


32 Views