บีบีซี รายงานว่า นักวิทยาศาสตร์รัสเซียตีพิมพ์รายงานครั้งแรกเกี่ยวกับ สปุตนิค-วี วัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ของตัวเอง ระบุว่าการทดสอบช่วงต้นของวัคซีนดังกล่าวแสดงสัญญาณการสร้างภูมิคุ้มกัน

 

รายงานดังกล่าวที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์แลนเซ็ตระบุว่า การทดลองวัคซีนสปุตนิค-วี 2 ครั้ง มีขึ้นระหว่างเดือน มิถุนายน ถึง กรกฎาคม 2563 ภายใต้การทดลองแบบเปิดและไม่ใช่การสุ่มทดลอง หมายถึงไม่มีการใช้ยาหลอกและอาสาสมัครรู้ถึงการได้รับวัคซีนสปุตนิค-วี

การทดลองแต่ละครั้งมีอาสาสมัครสาธารณสุข 38 คน ได้รับวัคซีนสปุตนิค-วี และวัคซีนกระตุ้นอีก 3 สัปดาห์ต่อมา ผู้เข้าร่วมการทดลองมีอายุระหว่าง 18-60 ปี จากการติดตาม 42 วัน ทุกคนมีการสร้างแอนติบอดีขึ้นมาภายใน 3 สัปดาห์ ส่วนผลข้างเคียงไม่รุนแรงมีแค่ ปวดหัว และ ปวดข้อ

“จำเป็นต้องมีการทดลองขนาดใหญ่และระยะยาว รวมถึงการเปรียบเทียบยาหลอกและการติดตามเพิ่มเติม เพื่อสร้างความปลอดภัยและประสิทธิผลระยะยาวเพื่อป้องกันการติดโควิด-19” รายงานระบุ ส่วนการทดลองเฟสที่สามจะมีอาสาสมัคร 40,000 คน จากหลากหลายอายุและกลุ่มความเสี่ยง

คีริลล์ ดมีตรีเยฟ หัวหน้ากองทุนการลงทุนรัสเซีย ผู้อยู่เบื้องหลังวัคซีน แถลงว่า รายงานฉบับนี้เป็นการตอบโต้ทรงพลังต่อผู้ระแวงสงสัยที่วิพากษ์วิจารณ์วัคซีนของรัสเซียอย่างไร้เหตุผล นอกจากนี้ มีคนถูกคัดเลือกแล้ว 3,000 คน เพื่อทดลองวัคซีสเฟสที่สามต่อไป

ทั้งนี้ รัสเซียเป็นประเทศแรกที่ขึ้นทะเบียนวัคซีนเพื่อใช้ในประเทศเมื่อเดือนสิงหาคม และทำก่อนตีพิมพ์ข้อมูลด้วย วัคซีนสปุตนิค-วีใช้สายพันธุ์ดัดแปลงของ อะดีโนไวรัส ซึ่งมักก่อโรคหวัดเพื่อกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกัน

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การทดลองยังน้อยเกินกว่าจะพิสูจน์ประสิทธิภาพและความปลอดภัย บางส่วนมีความกังวลเพิ่มขึ้นถึงรัสเซียทดลองวัคซีนอย่างรวดเร็ว ชี้ว่าคณะนักวิจัยรัสเซียอาจเร่งรีบ

เมื่อเดือนที่แล้ว ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน กล่าวว่า วัคซีนผ่านการตรวจสอบจำเป็นทั้งหมดแล้ว นอกจากนี้ ลูกสาวคนนนึ่งของผู้นำรัสเซียได้รับวัคซีนด้วย

 

 

 


ที่มา : ข่าวสด

118 Views