กรุงเทพฯ ผู้ประท้วงหลายคนทุบหม้อและกระทะโดยยืมจากการแสดงความไม่พอใจในยามค่ำคืนในประเทศเพื่อนบ้านของเมียนมาร์ในการรัฐประหารเมื่อสัปดาห์ที่แล้วในขณะที่บางคนถือธงชาติเมียนมาร์เพื่อแสดงการสนับสนุนการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยของประเทศ

เดิมการเดินขบวนในกรุงเทพฯจัดขึ้นเพื่อแสดงความโดดเดี่ยวร่วมกับผู้ประท้วงในเมียนมาร์ แต่เปลี่ยนเป็นการเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงหรือยุติกฎหมาย“ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” ที่เข้มงวดหลังจากนักเคลื่อนไหวทั้ง 4 คนถูกควบคุมตัวเมื่อวันอังคาร

ตำรวจในชุดปราบจลาจลต่อสู้กับผู้ประท้วงในช่วงสั้น ๆ เมื่อนักเคลื่อนไหวเดินขบวนใกล้สถานีตำรวจ มีผู้พบเห็นกระป๋องควันอยู่ที่พื้นใกล้สถานที่ประท้วง

“ ถ้าเราออกมาตามท้องถนนคนนับแสนเราก็สามารถปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ได้” นายภานุสยา“ รุ่ง” สิทธิจิรวัฒนกุลกล่าว

การประท้วงที่นำโดยเยาวชนในประเทศไทยเมื่อปีที่แล้วทำลายข้อห้ามแบบเดิม ๆ โดยการเรียกร้องอย่างเปิดเผยให้มีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ที่มีอำนาจและการปฏิเสธการประกันตัวของผู้นำการประท้วงทั้งสี่ที่ถูกดำเนินคดีฐานดูหมิ่นราชวงศ์ทำให้นักเคลื่อนไหวโกรธแค้น

ผู้ประท้วงราว 1,000 คนได้รวมตัวกันในช่วงค่ำบางคนถือป้ายที่ระบุว่า “ปลดปล่อยเพื่อนของเรา” และ “ยกเลิก 112” ซึ่งอ้างถึงประมวลกฎหมายอาญาที่ครอบคลุมถึงการดูหมิ่นราชวงศ์ คนอื่น ๆ ชนกระทะโลหะที่มีเลข 112

ฝ่ายนิติบัญญัติฝ่ายค้าน 44 คนก่อนหน้านี้เมื่อวันพุธที่ผ่านมาได้ยื่นข้อเสนอให้แก้ไขบทความ

ผู้นำการประท้วงประกาศว่าการชุมนุมเป็นการเริ่มต้นอีกครั้งของการเดินขบวนบนท้องถนนเมื่อปีที่แล้วซึ่งหยุดชะงักจากการติดเชื้อโคโรนาไวรัสระลอกที่สองซึ่งพบว่าประเทศไทยมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม

“ วันนี้เป็นการรวมตัวกันครั้งแรกการเปิดฉากครั้งแรกและการต่อสู้หลังจากระบบที่ไม่ยุติธรรมทำให้เพื่อนของเราต้องจำคุก” ภานุพงศ์จาดนอกผู้นำการประท้วงกล่าว

พวกเขาต่ออายุข้อเรียกร้อง 3 ข้อของปีที่แล้วคือขับไล่นายกรัฐมนตรีประยุทธจันทร์โอชาเขียนรัฐธรรมนูญที่กองทัพหนุนหลังและปฏิรูปสถาบันกษัตริย์

ภานุพงศ์กล่าวว่าเหตุการณ์ในเมียนมาร์น่าจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับขบวนการไทย

ประยุทธผู้ก่อรัฐประหารในปี 2557 กล่าวว่าการกลับมาของการประท้วงจะเป็นอันตรายต่อประเทศไทย

204 Views