ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน เปิดเผยในวันพฤหัสบดีว่า มีแนวโน้มสูงที่รัสเซียจะบุกยูเครนในช่วงหลายวันข้างหน้าเมื่อพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า ตนยังคงเชื่อว่าเป็นไปได้ที่จะหาทางออกด้วยแนวทางทางการทูตซึ่งจะช่วยผ่อนคลายความกังวลของรัสเซียเรื่องขีปนาวุธขององค์การนาโต้และการซ้อมรบทางภาคตะวันออกของยุโรป

ขณะเดียวกัน รัฐบาลรัสเซียได้สั่งขับ บาร์ท กอร์แมน อัครราชทูตที่ปรึกษาของสหรัฐฯ ประจำกรุงมอสโก ออกจากประเทศ ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่ากำลังพิจารณาแนวทางตอบโต้ทางการทูตต่อรัสเซียเช่นกัน

ที่กรุงบรัสเซลล์ เบลเยียม รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ลอยด์ ออสติน กล่าวว่า รัสเซียยังคงเคลื่อนกำลังพลบริเวณพรมแดนติดกับยูเครน และไม่มีหลักฐานใด ๆ ที่แสดงให้เห็นว่ารัสเซียกำลังถอนทหารตามที่กล่าวอ้าง

รัฐมนตรีออสตินกล่าวในการประชุมระดับรัฐมนตรีกลาโหมขององค์การนาโต้ว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนั้นตรงข้ามกับที่รัสเซียได้บอกไว้ คือมีการเพิ่มกำลังทหารจากจำนวนมากกว่า 150,000 คนที่ประจำการบริเวณพรมแดนติดกับยูเครนแล้ว นอกจากนี้ยังเห็นการเพิ่มเสบียงเลือดสำรองในบริเวณดังกล่าวด้วย ซึ่งชัดเจนว่าไม่ใช่การเตรียมตัวเดินทางกลับบ้านแน่นอน

ทางด้านเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า รัสเซียได้ส่งทหารอีก 7,000 คนไปยังพรมแดนติดกับยูเครนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แม้ทางรัสเซียได้ยืนยันว่ากำลังถอนทหารออกจากพรมแดนดังกล่าวซึ่งต้องใช้เวลา

รมต.ออสติน กล่าวว่า หากประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เลือกทำสงครามมากกว่าการเจรจาทางการทูต ผู้นำรัสเซียเองที่ต้องเป็นคนรับผิดชอบต่อความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น แต่ถ้าเลือกหนทางแห่งสันติภาพและความเคารพต่ออธิปไตยเหนือดินแดนของยูเครน ก็จะถือเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดต่อรัสเซียและประชาชนรัสเซียเองเช่นกัน

ในขณะเดียวกัน สหรัฐฯ กำลังจับตามองความขัดแย้งระหว่างกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่รัสเซียสนับสนุนกับกองกำลังยูเครนในแคว้นดอนบาสทางภาคตะวันออกของยูเครน ซึ่งมีประชาชน 14,000 คนถูกสังหารในช่วงแปดปีที่ผ่านมา

เมื่อวันพฤหัสบดี กองกำลังยูเครนและกลุ่มแบ่งแยกดินแดนดังกล่าวได้กล่าวหากันและกันว่าเป็นฝ่ายยิงปืนใหญ่เข้าไปในเขตหยุดยิง ซึ่งรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีความกังวลว่ารัสเซียอาจใช้วิธีนี้เพื่อหาข้ออ้างในการใช้กำลังทหารเข้าควบคุมสถานการณ์ในแคว้นดอนบาส ซึ่งทางสหรัฐฯ กำลังจับตามองเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

ทางด้านเลขาธิการองค์การนาโต้ เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก กล่าวว่า มีความกังวลว่ารัสเซียอาจกำลังหาข้ออ้างในการใช้กำลังทหารโจมตียูเครน พร้อมยืนยันว่าประตูของนาโต้ยังคงเปิดกว้างสำหรับการเจรจาเพื่อหาทางออกเกี่ยวกับวิกฤติยูเครน แต่นาโต้จะไม่สามารถยอมรับได้หากมีการใช้กำลังทหารรุกรานประเทศอื่น

เมื่อวันพุธ เลขาธิการองค์การนาโต้ได้สั่งให้ผู้บัญชาการทหารเริ่มร่างแผนยุทธศาสตร์สำหรับการจัดตั้งกองกำลังนาโต้ชุดใหม่ในประเทศสมาชิกทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของยุโรปในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อเตรียมรับมือในกรณีที่เกิดการรุกรานของรัสเซียขึ้นจริงๆ

ทางด้านโฆษกกระทรวงการต่างประเทสสหรัฐฯ เน็ด ไพรซ์ ยืนยันต่อผู้สื่อข่าวว่า รัสเซียได้ส่งกำลังทหารไปเพิ่มในบริเวณพรมแดนติดกับยูเครนจริง และมีการเคลื่อนกำลังพลไปประจำการในจุดเตรียมพร้อมสำหรับการรบด้วย

“การบุกยูเครนอาจเกิดขึ้นพรุ่งนี้ หรือสัปดาห์หน้า หรืออาจเป็นช่วงก่อนจบการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวก็เป็นได้” โฆษกเน็ด ไพรซ์ กล่าว

ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านข่าวกรองของเอสโตเนียกล่าวว่า รัสเซียอาจเริ่มโจมตีแบบจำกัดต่อยูเครนซึ่งรวมถึงการโจมตีด้วยขีปนาวุธและเข้ายึดพื้นที่ยุทธศาสตร์ต่าง ๆ แต่จะยังหลีกเลี่ยงการเข้ายึดเมืองที่มีประชากรหนาแน่นเพราะต้องใช้กำลังทหารจำนวนมาก

ที่มา VOAThai

112 Views