SERGEI ORLOV
สภาเมืองมาริอูโปลเผยภาพโรงละครที่ถูกทิ้งระเบิดจนพังราบ

กองกำลังรัสเซียทิ้งระเบิดใส่โรงละครของเมืองมาริอูโปล ซึ่งมีพลเรือนราว 1,000 – 1,200 คน ใช้เป็นสถานที่หลบภัยตลอดช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทางการยูเครนยังไม่ทราบจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุครั้งนี้

สภาเมืองมาริอูโปลได้เผยแพร่ภาพถ่ายความเสียหายจากเหตุดังกล่าว ซึ่งแสดงให้เห็นซากโรงละครที่ถูกทำลายจนพังราบ แถลงการณ์ของสภาเมืองยังระบุว่า เครื่องบินของรัสเซียจงใจทิ้งระเบิดใส่ที่หลบภัยของพลเรือนที่อยู่กันอย่างสงบ “ด้วยเจตนาชั่วร้าย”

นายดมิโทร คูเลบา รัฐมนตรีต่างประเทศของยูเครน กล่าวประณามการกระทำของกองกำลังรัสเซียว่าเป็น “อาชญากรรมสงครามที่น่าสยดสยองอีกครั้งหนึ่งในเมืองมาริอูโปล” ทั้งยังชี้ว่าเป็นไปไม่ได้ที่ฝ่ายรัสเซียจะไม่รู้ ว่าโรงละครดังกล่าวเป็นสถานที่หลบภัยของพลเรือน

ก่อนหน้านี้บีบีซีได้รับรายงานว่า มีเด็กและคนชราจำนวนมากที่อาศัยหลบภัยในโรงละครดังกล่าว โดยพวกเขามีสภาพความเป็นอยู่ที่เลวร้าย ขาดแคลนอาหารและน้ำรวมทั้งสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ

ภาพถ่ายดาวเทียมของบริษัท Maxar Technologies ของสหรัฐฯ ซึ่งบันทึกไว้เมื่อวันที่ 14 มี.ค.ยังเผยว่า ผู้ที่หลบภัยในโรงละครเมืองมาริอูโปล ได้เขียนตัวอักษรขนาดใหญ่เป็นคำว่า “เด็ก” ในภาษารัสเซีย ที่ทางเดินภายนอกโรงละคร โดยอาจหวังให้เครื่องบินรบรัสเซียมองเห็นจากทางอากาศและงดเว้นการโจมตี

IMAGE SOURCE, ALAMY
ภาพของโรงละครเมืองมาริอูโปลก่อนเกิดสงคราม

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว RIA ของทางการรัสเซียรายงานว่า กระทรวงกลาโหมของรัสเซียได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาของรัฐบาลยูเครน โดยชี้ว่าการโจมตีโรงละครดังกล่าวไม่ใช่ฝีมือของตน

ขณะนี้ยังมีพลเรือนอีกราว 400,000 คน ติดอยู่ในวงล้อมการสู้รบที่เมืองท่ามาริอูโปล ทางการยูเครนคาดว่ามีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีเมืองแห่งนี้ไปแล้วกว่า 2,400 ราย

รัสเซียรับไม่ได้ ไบเดนเรียกปูติน “อาชญากรสงคราม”

รัฐบาลรัสเซียแถลงตอบโต้กรณีที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ กล่าวเรียกประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียว่าเป็น “อาชญากรสงคราม” ซึ่งดูเหมือนว่าเป็นวาทะที่ทำให้สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างชาติตะวันตกกับรัสเซียเพิ่มสูงขึ้นไปอีก

ทางการรัสเซียระบุว่า “สำนวนภาษาเช่นนี้เราไม่อาจยอมรับและให้อภัยได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นคำเรียกขานที่มาจากประมุขของรัฐ ผู้ที่ประเทศของเขาได้ทิ้งระเบิดสังหารผู้คนมาแล้วหลายแสนทั่วโลก”

IMAGE SOURCE, REUTERS
ไบเดนและปูตินเคยพบกันในการประชุมสุดยอดครั้งหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว

ก่อนหน้านี้ผู้นำสหรัฐฯ ได้ปฏิเสธที่จะเรียกนายปูตินว่าอาชญากรสงคราม หลังถูกนักข่าวชาวอเมริกันผู้หนึ่งตั้งคำถามว่า สมควรจะเรียกผู้นำรัสเซียเช่นนั้นได้แล้วหรือไม่

แต่ในเวลาต่อมาเมื่อถูกนักข่าวคนดังกล่าวท้าทายอีกครั้ง นายไบเดนจึงได้ตอบรับว่า “ผมคิดว่าเขาเป็นอาชญากรสงคราม”

เมื่อวานนี้ (16 มี.ค.) ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ที่กรุงเฮกของเนเธอร์แลนด์ มีคำตัดสินให้รัสเซียยุติการโจมตีรุกรานยูเครนในทันที ทั้งยังห้ามไม่ให้กระทำการใด ๆ ที่จะยกระดับความขัดแย้งให้สูงขึ้นไปอีก โดยศาลโลกชี้ว่าข้ออ้างของรัสเซียที่รุกรานยูเครนเพื่อขัดขวางการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์นั้น ไม่เป็นความจริงและขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม ศาลโลกไม่มีอำนาจบังคับใช้คำตัดสินดังกล่าวกับรัสเซีย แต่ล่าสุดประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนออกมาชี้ว่า “ทั่วโลกควรยอมรับอย่างเป็นทางการได้เสียทีว่า รัสเซียได้กลายเป็นรัฐก่อการร้ายไปแล้ว”

ด้านประธานาธิบดีปูตินแถลงทางโทรทัศน์โดยกล่าวหาชาติตะวันตกว่า พยายามใช้คำโกหกเพื่อทำให้รัสเซียแตกแยกกันภายใน ทั้งยังกล่าวประณาม “คนทรยศ” ชาวรัสเซีย ซึ่งสมควรขจัดให้หมดสิ้นไป เพื่อให้ประเทศชาติเข้มแข็งขึ้น

“ไม่ว่าใครก็ตามโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวรัสเซีย ควรจะสามารถแยกแยะผู้รักชาติที่แท้จริงออกจากพวกสวะและคนทรยศ ถ่มน้ำลายใส่พวกมัน เหมือนกับถ่มแมลงวันที่บังเอิญบินเข้าปากออกมา”

ผู้นำรัสเซียยังกล่าวหาว่า ชาติตะวันตกอยู่เบื้องหลังการจุดชนวนความขัดแย้งในสังคม โดยมีเป้าหมายมุ่งทำลายประเทศรัสเซียเป็นหลัก

407 Views