สี  จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ส่งสารวันปีใหม่ ชื่นชมการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เร็วขึ้น แต่ยอมรับว่ามีอุปสรรครออยู่ เขายังให้คำมั่นด้วยว่าจะกลับไปรวมเป็นหนึ่งกับไต้หวันให้ได้อย่างแน่นอน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของประเทศจีน กล่าวปราศรัยเนื่องในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 ธ.ค. 2566 โดยชื่นชมเศรษฐกิจของประเทศว่า ฟื้นตัวได้เร็ว และมีชีวิตชีวามากขึ้นในปี 2566 แม้ตัวเลขทางการเงินจะยังคงน่าผิดหวัง เพราะการฟื้นตัวหลังการระบาดของโควิด-19 ยังติดขัด

นายสี กล่าวในรายการของสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี ว่า เศรษฐกิจรอดฟื้นจากพายุ และกำลังฟื้นตัวและมีชีวิตชีวามากกว่าเดิม พร้อมยกย่องการส่งเสริมการพัฒนาที่มีคุณภาพสูง และการดำเนินของอุตสาหกรรมใหม่เช่น รถยนต์พลังงานไฟฟ้า, แบตเตอรี่ลิเธียม และแผงโซลาร์เซลล์

ประธานาธิบดีจีน บอกอีกว่า ในปีหน้า (พ.ศ.2567) “เราจะต้อง… รวมเข้าด้วยกัน และเพิ่มเทรนด์ด้านบวกของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และทำให้เศรษฐกิจมีเสถียรภาพในระยะยาว” อย่างไรก็ตาม นายสี ยอมรับว่ามีความยากลำบากรออยู่ บางบริษัทกำลังเผชิญแรงกดดันด้านการบริหาร ขณะที่บางคนกำลังเจอปัญหาการจ้างงาน และสภาพการใช้ชีวิต

“เรื่องทั้งหมดนี้ทำให้ผมกังวลมาก” นายสี กล่าว “เป้าหมายของเรานั้นทั้งทะเยอทะยาน แต่ก็ง่ายมาก เพราะในท้ายที่สุดมันก็คือการช่วยผู้คนให้มีชีวิตที่ดีขึ้น”

ทั้งนี้จีนยังคงเผชิญปัญหาการจ้างงานในหมู่คนอายุน้อยต่ำจนเป็นสถิติ และวิกฤติหนี้ที่คาราคาซังในภาคอสังหาริมทรัพย์ ก็ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการเติบโตของจีนในปีนี้ ส่วนตัวเลขอย่างเป็นทางการที่เผยแพร่ออกมาในวันอาทิตย์ก็แสดงให้เห็นว่า กิจกรรมการผลิตของประเทศลดลงไปอีกในเดือนธันวาคม และเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันแล้ว

ในด้านความสัมพันธ์กับไต้หวัน นายสี ประกาศว่า มาตุภูมิจะกลับมารวมเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างแน่นอน “เพื่อนร่วมชาติบนสองฟากช่องแคบ ควรผูกพันกันด้วยสามัญสำนึกในเป้าหมายที่จะแบ่งปันความเจริญรุ่งเรืองของคนหนุ่มสาวในประเทศ”

นายสี ยังฝากข้อความถึง วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียด้วย โดยกล่าวชื่นชมความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศที่เข้มแข็งขึ้นในปี 2566 “ในการเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนในรอบศตวรรษ และความปั่นป่วนในภูมิภาคและสถานการณ์ระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์จีน-รัสเซีย ยังคงแข็งแรง, พัฒนาอย่างแน่วแน่ และเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง.

ที่มา : cna

44 Views