ปฏิบัติการกวาดล้างจับกุมเครือข่ายค้าบริการทางเพศเยาวชนหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี ในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี เริ่มต้นตั้งแต่เดือน พ.ย. 2564 และดำเนินต่อเนื่องมาจนล่าสุด จากการเปิดปฏิบัติการจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ที่ผ่านมา มีข้าราชการระดับรองอธิบดี และเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวของ จ.สุราษฎร์ธานี เข้าไปพัวพันเจรจากับเยาวชนหญิงผู้เสียหายให้ช่วยผู้ต้องหาซื้อบริการเด็ก

ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์วัย 79 ปี รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ข้าราชการครู นายแพทย์ และทหาร ลูกอดีตนักการเมือง คือ ผู้ซื้อบริการทางเพศที่ตำรวจสุราษฎร์ธานี นำกำลังจับกุมเมื่อวันที่ 4 พ.ค. ที่ผ่านมา รวมผู้ต้องหากลุ่มล่าสุดทั้งผู้ซื้อบริการทางเพศและผู้จัดหาทั้งสิ้น 12 ราย

ในการแถลงข่าวของตำรวจ ระบุว่า เด็กหญิงอายุ 13-15 ปี ใน จ.สุราษฎร์ธานี ตกเป็นเหยื่อของการค้าประเวณีดังกล่าว

ความคืบหน้าล่าสุด วานนี้ (9 พ.ค.) ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีคำสั่งเพิกถอนการประกันตัวนายแสงโรจน์ กาญจนะ อายุ 52 ปี ตามคำร้องของพนักงานสอบสวน ภายหลังเข้ามอบตัวต่อตำรวจเมื่อค่ำวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พร้อมปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ตามหมายจับที่ออกเป็นคดีที่ 2 จากการซื้อบริการซ้ำ

นายแสงโรจน์เป็นบุตรชายของอดีต ส.ส. สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนหน้านี้เคยมีประวัติถูกดำเนินคดีหลายครั้ง โดยเมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา เขาถูกออกหมายจับฐานกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี แต่ได้รับการประกันตัวออกมา

พล.ต.ท. อำพล บัวรับพร ผบช.ภาค 8 เปิดเผยว่า หลังจากพบว่ามีผู้ต้องหาเข้าไปข่มขู่และยุ่งเหยิงกับพยาน พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องต่อศาลให้เพิกถอนการประกันตัว ผู้ต้องหา 2 ราย ได้แก่ นายแสงโรจน์ และนายแพทย์อีกรายหนึ่ง ปรากฏว่าศาลรับคำร้องของพนักงานสอบสวนและมีคำสั่งเพิกถอนประกันดังกล่าว

คดีนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.เมือง และ อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศพดส.ตร) ได้เริ่มปฏฺิบัติการกวาดล้างจับกุมเครือข่ายค้าประเวณีเด็ก ตั้งวันที่ 7 พ.ย. 2564 ศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้งสิ้น 41 ราย แบ่งเป็นผู้ที่เป็นธุระจัดหาค้ามนุษย์หรือแม่เล้า 12 ราย ผู้ซื้อบริการ 28 ราย และผู้สนับสนุน 1 ราย คุ้มครองเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี รวม 10 คน

พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ในฐานะรอง ผอ.ศพดส.ตร กล่าวในแถลงเมื่อ 4 พ.ค. ว่าเห็นได้ชัดเจนว่าวงจรในพื้นที่ยังมีการละเมิดทางเพศเด็กและสิทธิของเด็กอย่างรุนแรง ซึ่งในส่วนของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และเอ็นจีโอร่วมดำเนินการกับตำรวจ ได้ผู้ต้องหาทั้งที่เป็นทหาร แพทย์ ลูกอดีตนักการเมือง ได้ขยายผลเพิ่มเติมพบเหยื่ออีก 4 ราย ขยายผลดำเนินคดีได้อีก 18 ราย ผู้ที่เป็นธุระจัดหาให้ดำเนินคดีความผิดฐานค้ามนุษย์และความผิดฐานสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทําความผิดฐานค้ามนุษย์

นอกจากนี้ยังได้ดำเนินคดีกับในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐ ประกอบไปด้วย เจ้าหน้าที่บ้านเด็ก (บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.สุราษฎร์ธานี) ชื่อ “นายเอ็ม” มีพฤติกรรมใช้ไม้ทุบตีเด็กเพื่อให้เด็กให้การช่วยเหลือผู้ต้องหาที่ใช้บริการ

ในคดีซื้อบริการทางเพศเยาวชนหญิง มีเครือข่ายกลุ่มผู้กระทำความผิดที่กว้างขวางในหลากหลายอาชีพ อีกทั้งยังมีข้าราชการกรมกิจการเด็กและเยาวชน มีส่วนในการช่วยเหลือผู้ต้องหา ใครเป็นใครในคดีนี้บ้าง บีบีซีไทย สรุปรวมมาในบทความนี้

รองประธานสภา อบต. ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์

ชื่อที่ถูกเปิดเผยจากชุดปฏิบัติการของตำรวจ ได้แก่ นายคำนึง สมบัติแก้ว รองประธานสภา อบต.ท่าโรงช้าง อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี นายลำยอง บุญสพ ประธานสหกรณ์เครดิตยูเนียนท่าสะท้อน อ.พุนพิน ทั้งคู่ถูกดำเนินคดีในข้อหาเดียวกันมาก่อนหน้านี้แล้ว ได้รับการประกันตัวออกมา ต่อมาตำรวจจับกุมอีกรอบเป็นคดีต่างกรรมต่างวาระสำหรับคดีค้ามนุษย์

แสงโรจน์ กาญจนะ ลูกชายอดีตนักการเมืองสุราษฎร์ฯ พรรคประชาธิปัตย์

นายแสงโรจน์ กาญจนะ ถูกดำเนินคดีซื้อบริการทางเพศเด็ก ฐานกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี เมื่อเดือน ก.พ. 2565 ที่ผ่านมา และได้รับประกันตัวออกไป ต่อมาในการแถลงข่าวการกวาดล้างจับกุมเมื่อ 4 พ.ค. พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ หักพาล แถลงว่านายแสงโรจน์ เป็นผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างการหลบหนี ก่อนที่เขาจะเข้ามอบตัวและตำรวจได้ยื่นต่อศาลให้เพิกถอนประกันตัวในที่สุด

นายแสงโรจน์ เป็นพี่น้องกับ น.ส. วชิราภรณ์ กาญจนะ ส.ส. สุราษฎร์ธานี เขต 3 คนปัจุบัน สังกัดพรรคประชาธิปัตย์เช่นกัน และเป็นโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนราษฎรเขาตกเป็นผู้ต้องหาในอาชญากรรมหลายคดีในระหว่างปี 2542 จนถึงปัจจุบัน เช่น ปี 2548 คดีข่มขืนกระทำชำเรา นักศึกษาหญิง ยกฟ้อง ปี 2549 คดีข่มขืนหญิงสาวชาวเมียนมา ใช้อาวุธปืน หน่วงเหนี่ยวกักขัง ยกฟ้องเพราะพยานกลับประเทศ

เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กสุราษฎร์ฯ- รองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน

ในการแถลงปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายค้าประเวณีเด็ก เมื่อ 4 พ.ค. พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า ได้ดำเนินคดีกับในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐ ประกอบไปด้วย เจ้าหน้าที่บ้านเด็ก (บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุราษฎร์ธานี) ข้อหาทำร้ายร่างกายเด็กที่เป็นเหยื่อและความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ 157 ขัดขวางกระบวนการสืบสวนสอบสวนกระบวนการสืบสวนสอบสวน และรองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน ในข้อหาขัดขวางกระบวนการสอบสวนสืบสวนกระบวนการค้ามนุษย์และแทรกแซง รวมถึงปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ 157 ให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งสำนวนการสอบสวนให้กับ ป.ป.ช.

“เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็ก คือนายเอ็ม ซึ่งพฤติกรรมนายเอ็ม ใช้ไม้ทุบตีเด็กเพื่อจะให้เด็กให้การในการช่วยเหลือผู้ต้องหา ที่เป็นผู้ใช้บริการ อีกส่วนหนึ่งที่เป็นข้าราชการระดับสูง ก็คือ รองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน ซึ่งได้โทรศัพท์เข้ามาสั่งการหัวหน้าบ้านพักเด็ก ให้ช่วยเหลือให้ให้การ และไม่ให้การ ในการที่จะช่วยเหลือตัวผู้ต้องหา” พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ กล่าว

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดแถลงข่าวเมื่อ 9 พ.ค. ว่า ทางกระทรวงได้สั่งย้ายผู้เกี่ยวข้อง 3 ราย ออกจากพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี และให้เข้ารายงานตัวที่กระทรวง ประกอบด้วย หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายเอ็ม เป็นพนักงานราชการในบ้านพักเด็กฯ และนายพิสิฐ พูลพิพัฒน์ รองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน

สำหรับนายพิสิฐ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ ๆ ใน เช่น ตำแหน่งพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.สุราษฎร์ธานี, ผอ.สำนักคุ้มครอง สวัสดิภาพชุมชน มีหน้าที่ส่งเสริม และพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชน คุ้มครองและพิทักษ์สิทธิเด็กและเยาวชน และ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 1 ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งฯ ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้

เด็กหญิงที่ถูกค้ามนุษย์เป็นสมาชิก “แก๊งซาเซโม”

รายงานข่าวของมติชน ระบุว่า เหยื่อที่เป็นผู้เสียหายถูกนำมาค้าประเวณี เป็นสมาชิกของกลุ่มที่ชื่อว่า “แก๊งซาเซโม” โดย ชุดสืบสวนตำรวจพบว่า สมาชิกแก๊งซาเซโม มีประมาณ 500 คน มีการตั้งเฟซบุ๊กเมื่อปี 2560 โดยมี “เจ้น้ำ” แล “เจ้เปิ้ล” เป็นผู้ก่อตั้งชักชวนเด็กวัยรุ่นมาขายบริการ

ในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 4 พ.ค. ของชุดสืบสวน บก.สส. ภาค 8 พร้อมชุดสืบสวนภูธร จ.สุราษฎร์ธานี และ พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ ระบุว่า ได้ช่วยเหลือเหยื่อที่เป็นสมาชิกแก๊งซาเซโมเพิ่มเติม และอายัดตัว “เจ้น้ำ” ผู้จัดหาหรือ “แม่เล้า” ชุดแรกที่ถูกจับฝากขังอยู่ที่เรือนจำกลางสุราษฎร์ธานี พร้อมกล่าวว่า เด็กหญิงที่ตกเป็นผู้เสียหายอาจมีอายุต่ำสุดที่ 12 ปี

“ผู้ขายบริการที่พบเพิ่มอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้าข่ายค้ามนุษย์ พบเหยื่อเพิ่มเติมเป็นแก๊งซาเซโม มีสมาชิกหลายสิบคน อายุต่ำกว่า 18 ปี ต่ำสุด 15-13-12 ปี พอทราบตัวการที่เป็นคนกลางแล้วอยู่ระหว่างดำเนินการ ต้องระดมเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายมาดำเนินการอย่างรอบครอบทำให้สังคมดูแลคุ้มครองสิทธิของเด็ก ในการคุ้มครองผู้เสียหายที่เป็นเด็กเราแยกย้ายเด็ก 6 รายไปอยู่ที่กรมคุ้มครองสิทธิเด็กและเยาวชนแล้วเพื่อความสะดวกในการคุ้มครองพยาน” พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ กล่าว

รูปแบบวิธีการจากการแถลงของตำรวจ บรรยายว่า “แม่เล้า” จะเป็นผู้รวมกลุ่มเด็กเทียวกลางคืน ชักชวนให้ค้าประเวณี เพื่อหารายได้ โดยตกลงแบ่งผลประโยชน์ในสัดส่วนที่ “เด็ก” จะได้เงินค่าตัว 1,000 บาท ขณะที่แม่เล้าจะได้เงินค่านายหน้า 500 บาท

 


148 Views