กว่า 11 เดือนแล้วที่หมู่เกาะมัลดีฟส์ ประเทศที่พึ่งพาธุรกิจท่องเที่ยวในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจคล้ายคลึงกับประเทศไทย ได้เปิดพรมแดนต้อนรับนักท่องเที่ยว และเดินหน้าฉีดวัคซีนให้ประชาชนเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศ

วีโอเอไทยมีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษกับรัฐมนตรีกระทรวงท่องเที่ยวของมัลดีฟส์ ถึงยอดนักท่องเที่ยวที่เริ่มทยอยเข้าประเทศ พร้อมทั้งพูดคุยกับองค์กรสมาคมส่งเสริม​การท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หรือ PATA ถึงการเปิดประเทศเพื่อดึงดูดชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มทัวร์จากประเทศจีน

มัลดีฟส์เป็นประเทศขนาดเล็กที่ตั้งอยู่กลางมหาสมุทรอินเดีย ประกอบด้วยหมู่เกาะต่างๆราว 1,200 เกาะ ความสวยงามของน้ำทะเลและธรรมชาตินั้น เป็นจุดขายหลักของธุรกิจท่องเที่ยวที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศมัลดีฟส์ถึงเกือบครึ่งหนึ่งของจีดีพี หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ

แต่การระบาดของโควิดทำให้มัลดีฟส์ต้องปิดพรมแดนไปถึงห้าเดือน และสูญเสียรายได้ไปเกือบ 50% เมื่อปีที่ผ่านมา รัฐบาลมัลดีฟส์จึงเร่งแจกจ่ายวัคซีนให้ประชากรไปกว่าค่อนประเทศ และพยามดึงดูดชาวต่างชาติให้กลับมาเที่ยว

TOURISM MINISTER OF MALDIVES, ABDULLA MAUSOOM, IN AN INTERVIEW WITH VOA THAI (by Janine Phakdeetham)
TOURISM MINISTER OF MALDIVES, ABDULLA MAUSOOM, IN AN INTERVIEW WITH VOA THAI (by Janine Phakdeetham)

โดยไตรมาสแรกของปีนี้ นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศราว 390,000 คน รัฐมนตรีกระทรวงท่องเที่ยวแห่งประเทศมัลดีฟส์ อับดุลลาห์ มาซูม บอกกับวีโอเอไทยว่า

“ธุรกิจท่องเที่ยวในมัลดีฟส์กำลังฟื้นตัว ยอดนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศตอนนี้ต่ำกว่าช่วงก่อนการระบาดของโควิดในปี 2019 ประมาณ 30-35% เพราะกลุ่มประเทศอย่าง จีน เกาหลี และ ญี่ปุ่น ยังไม่ผ่อนปรนมาตรการให้ประชากรเดินทางออกนอกประเทศได้ ถ้าสถาการณ์ดีขึ้นในประเทศเหล่านี้ ยอด 35% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไปนั้นก็จะกลับมาทันที”

นักท่องเที่ยวชาวจีนนั้นมีบทบาทสำคัญในอุตสหกรรมการท่องเที่ยวมาก โดยในไตรมาสแรกนั้น ชาวจีนที่จัดว่าเป็นกลุ่มมาเที่ยวมัลดีฟส์มากที่สุดในยามปกติ เดินทางมาเที่ยวแค่เพียง 504 คนเท่านั้น แต่ยังมัลดีฟส์ได้นักท่องเที่ยวจากรัสเซียเเละอินเดียมาพยุงรายได้

รัฐมนตรีกระทรวงท่องเที่ยวแห่งประเทศมัลดีฟส์ แสดงความคิดเห็นถึงปรากฏการณ์ดังกล่าวว่า “นักท่องเที่ยวชาวจีนยังกลับไม่มาเที่ยวดีนัก เราตั้งใจรอการกลับมาของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มาก เมื่อเขากลับมาเที่ยวมัลดีฟส์ เขามั่นใจว่านักท่องเที่ยวชาวจีนจะกลับมาเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักของมัลดีฟส์อีกเช่นเคย”

ผลสำรวจล่าสุดของบริษัทที่ปรึกษาชื่อดังในสหรัฐฯ McKinsey ระบุว่า ชาวจีนเพียง 43% เท่านั้นที่รู้สึกอยากเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ

เซียง จือ ฟาน นักท่องเที่ยวชาวจีนที่เคยไปเที่ยวเมืองไทยและประเทศต่างๆ บอกกับวีโอเอไทย ผ่านการสัมภาษณ์ออนไลน์จากบ้านของเขาในเมืองฉางโจวว่า “ปัญหาหลัก คือ เขาไม่มีเวลากักตัว คนจีนส่วนใหญ่กังวลเรื่องเดียว คือเวลากลับเข้าประเทศจีน รัฐบาลจะมองว่าเป็นคนที่กลับมาเข้ามีความเสี่ยงในการแพร่เชื้อโควิด และจะต้องถูกกักตัวในโรงแรม 14 วัน มันเป็นอะไรที่เสียเวลาและเงินมาก”

IANG ZHI FAN (LOWER LEFT) CRUISING THROUGH THAILAND'S FLOATING MARKET (Photo credit: IANG ZHI FAN)
IANG ZHI FAN (LOWER LEFT) CRUISING THROUGH THAILAND’S FLOATING MARKET (Photo credit: IANG ZHI FAN)

อย่างไรก็ตาม อภิภัทร์ เปรื่องการ ผู้อำนวยการด้านการสื่อสารของสมาคมส่งเสริม​การท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หรือ PATA กล่าวว่า “ประเทศจีนมีความต้องการสะสม หรือ pent-up demand ในด้านการท่องเที่ยวอย่างเห็นได้ชัด ดูได้จากแหล่งท่องเที่ยวภายในประเทศที่มีหนาแน่นไปด้วยคนจีน เขาคาดว่าเมื่อจีนเปิดพรมแดน คนจีนจะพร้อมเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศอย่างแน่นอน”

นอกจากนี้ องค์กร PATA ยังพูดถึงประโยชน์ทางด้านภูมิศาสตร์ของมัลดีฟส์และเกาะภูเก็ตของไทยที่เตรียมจะเปิดโครงการ ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox)ให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจากประเทศที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่ำหรือปานกลางเข้ามาเที่ยวจังหวัดภูเก็ต โดยไม่ต้องกักตัวว่า “มัลดีฟส์มีความพิเศษที่ว่ามีหมู่เกาะเล็กๆเป็นจำนวนมาก การควบคุมการแพร่กระจายของโคโรไวรัส หากมีการระบาดขึ้นก็จะค่อนข้างทำได้ง่าย โครงการ ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ ก็สามารถดูมัลดีฟส์เป็นตัวอย่างได้ ประเทศไทยสามารถโฟกัสเกาะๆหนึ่งและเอานักท่องท่องเที่ยวไปอยู่เกาะนั้น ถ้าเกิดการติดเชื้อ เจ้าหน้าที่ก็จะควบคุมให้เชื้ออยู่เกาะนั้นๆไป”

In this March 4, 2017, photo, tourists enjoy the popular Maya bay on Phi Phi island, Krabi province. (AP Photo/Rajavi Omanee)
In this March 4, 2017, photo, tourists enjoy the popular Maya bay on Phi Phi island, Krabi province. (AP Photo/Rajavi Omanee)

ส่วนเรื่องการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน PATA แนะนำถึงปัจจัยสำคัญหลักสองอย่าง

“สิ่งสำคัญ คือ การสื่อสารถึงนโยบายการควมคุมโรคและความปลอดภัยให้ชาวต่างชาติเข้าใจ ยกตัวอย่างเช่น โครงการ ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคมเป็นต้นไป โรงแรมต่างๆทยอยได้รับใบประกาศนียบัตรรับรองมาตรฐานด้านสาธารณสุข หรือ SHA Plus พนักงานโรงแรมเกือบทั้งหมดในจังหวักภูเก็ตก็ได้รับวัคซีนแล้ว นั่นคือสิ่งสำคัญอันดับแรก รองลงมา คือ การมีนโยบายการเปิดประเทศที่ชัดเจน เช่น ชาวต่างชาติจะสามารถเดินทางเช้าประเทศได้อย่างไร สองปัจจัยนี้จะช่วยให้ประเทศต่างๆสามารถเรียกนักท่องเที่ยวต่างชาติและทัวร์ของนักท่องเที่ยวจีนให้กลับเข้ามาได้ พวกเขาต้องการความมั่นใจว่าการไปเที่ยวนั้นปลอดภัย ”

A Thai monkey trainer works with a monkey showing it how to collect coconuts at the Samui Monkey Center on Samui island, 19 July 2003.
A Thai monkey trainer works with a monkey showing it how to collect coconuts at the Samui Monkey Center on Samui island, 19 July 2003.

ท้ายสุด รัฐมนตรีกระทรวงท่องเที่ยวของประเทศมัลดีฟส์บอกว่า มัลดีฟส์จะเดินหน้าฉีดวัคซีนให้ประชากรต่อไป โดยมีการสั่งวัคซีนแอนตร้าเซเนก้าที่ผลิตในไทยถึง 70,000 โดส และ วัคซีนสปุคนิก วี จากรัสเซียเป็นจำนวน 20,000 โดส

98 Views