ชาวยิวที่มีแนวคิดสุดโต่งบางคนเปิดเผยว่า พวกเขาใช้วิธีแต่งตัวเป็นชาวมุสลิมเพื่อลักลอบเข้าไปประกอบศาสนกิจในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์บริเวณเนินพระวิหาร (Temple Mount) หรือในเขตมัสยิดอัลอักซอ (al-Aqsa Mosque) ในนครเยรูซาเลม ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาทที่ศาสนายูดาห์กับอิสลามกำลังแย่งชิงกัน

หลังจากอิสราเอลเข้ายึดพื้นที่บริเวณนี้มาจากจอร์แดน ในสงครามหกวัน เมื่อปี 1967 ก็ยังสงวนสิทธิให้ชาวมุสลิมเข้าไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาในมัสยิดอัลอักซอได้ตามปกติ แต่ขณะเดียวกันก็เริ่มให้ชาวยิวเข้าไปเยือนได้โดยต้องปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมและเคารพความรู้สึกของชาวมุสลิม แต่ไม่อนุญาตให้เข้าไปสวดมนต์หรือประกอบศาสนกิจต่าง ๆ ได้

บีบีซีได้พูดคุยกับ ราฟาเอล มอร์ริส ชาวอิสราเอลเชื้อสายยิว นักเคลื่อนไหวจากขบวนการ Returning to the Mount ซึ่งเรียกร้องการทวงคืนเนินพระวิหารกลับคืนสู่ชาวยิว และฮานาดี ฮาลาวานี ครูสอนคัมภีร์อัลกุรอาน ซึ่งเป็นนักเคลื่อนไหวชาวปาเลสไตน์ที่ระบุว่าจะปกป้องพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์นี้ไว้ให้แก่ชาวมุสลิม

เนินพระวิหาร เป็นเนินเขาในเขตเมืองเก่าของนครเยรูซาเลม ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อายุกว่าพันปีของ 3 ศาสนาคือ ศาสนายูดาห์ ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม บนเนินเขานี้มีสิ่งปลูกสร้างที่สำคัญคือ มัสยิดอัลอักซอ และโดมแห่งศิลา ซึ่งเป็นอาคารทรงโดมสีทองเด่นสง่าอยู่บนเนินเขา

คัมภีร์ไบเบิลระบุว่า วิหารของชาวยิวตั้งอยู่บนเนินพระวิหาร และพงศาวดารของยิวก็ระบุว่า พระวิหารแรกถูกสร้างขึ้นในสมัยของกษัตริย์ซาโลมอน เมื่อ 957 ปีก่อนคริสตกาล ก่อนจะถูกทำลายลงโดยอาณาจักรบาบิโลเนีย เมื่อ 586 ปีก่อนคริสตกาล ส่วนพระวิหารที่สองถูกสร้างขึ้นในสมัยของเศรุบบาเบลเมื่อ 516 ปีก่อนคริสตกาล และถูกชาวโรมันทำลายลงในปี ค.ศ. 70

ชาวยิวมีความเชื่อว่า พระวิหารที่สามซึ่งจะเป็นหลังสุดท้าย จะถูกสร้างขึ้นจากซากของพระวิหารที่สองบนเนินเขาแห่งนี้ แต่ก็ยังไม่ได้สร้างจนถึงปัจจุบัน เนินเขาแห่งนี้ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของศาสนายูดาห์ และมีความศักดิ์สิทธิ์ที่สุดเป็นลำดับสามในศาสนาอิสลาม โดยเชื่อว่าเป็นสถานที่ที่ศาสดามูฮัมหมัดถูกรับขึ้นไปพบพระอัลเลาะห์ในสวรรค์

ปัจจุบัน ทั้งรัฐบาลอิสราเอล และองค์การบริหารแห่งชาติปาเลสไตน์ต่างอ้างสิทธิเหนือเนินเขานี้ ข้อพิพาทดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นการเผชิญหน้าที่สำคัญในความขัดแย้งอาหรับ-อิสราเอล

ที่มา BBCThai

141 Views