การประชุมรัฐมนตรีเอเปค ครั้งที่ ๓๓ จบลงแล้วในวันนี้ด้วยความสำเร็จ โดยที่ประชุมได้ร่วมกันหารือแนวทางความร่วมมือระหว่างเขตเศรษฐกิจเอเปคเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเผชิญอยู่ในปัจจุบัน พร้อมถอดบทเรียนผลกระทบจากวิกฤตโควิด-๑๙ เพื่อมุ่งหน้าขับเคลื่อนการฟื้นฟูเศรษฐกิจและส่งเสริมการเติบโตในระยะยาวที่สมดุล ยั่งยืน และครอบคลุม พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง โดยมีแนวคิดเศรษฐกิจ BCG เป็นหัวใจหลัก

เมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานร่วมการประชุมรัฐมนตรีเอเปค ซึ่งเป็นเวทีที่รัฐมนตรีด้านการต่างประเทศและรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจของแต่ละเขตเศรษฐกิจมาหารือร่วมกันเพื่อสรุปผลงานสำคัญจากการขับเคลื่อนกระบวนการเอเปคตลอดทั้งปี และให้ข้อเสนอแนะต่อที่ประชุมผู้นำ เพื่อกำหนดทิศทางการทำงานของเอเปคต่อไป ถือเป็นความโดดเด่นของเวทีเอเปคที่สะท้อนความสำคัญของประเด็นการค้าการลงทุนและการส่งเสริมความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนวาระสำคัญของภูมิภาค

ประเด็นหารือที่สำคัญของการประชุม สะท้อนหัวข้อหลัก “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล” โดยที่ประชุมได้หารือแนวทางส่งเสริมการค้าการลงทุนที่ยั่งยืนและเปิดกว้างเพื่อให้ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกยังคงมีพลวัตและคงความสำคัญท่ามกลางความท้าทายใหม่ ๆ และได้ถอดบทเรียนจากโควิด-๑๙ เพื่อกำหนดนโยบายสาธารณสุขและแนวทางการรับมือกับวิกฤตการณ์ในอนาคต โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาส่งเสริมความเชื่อมโยงในภูมิภาคที่สะดวกและปลอดภัย รวมทั้งนำแนวคิดโมเดลเศรษฐกิจ BCG มาเป็นตัวเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจและเติบโตระยะยาวอย่างสมดุล สร้างผลกำไรควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนซึ่งรวมถึงธุรกิจทุกขนาด ตลอดจนประชาชนทุกคน ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้รับฟังมุมมองผ่านคลิปวิดีทัศน์จากผู้อำนวยการองค์การการค้าโลก ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก และเลขาธิการใหญ่องค์กรเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา ซึ่ง ในประเด็นการค้าการลงทุน ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤตโรคระบาด และการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามลำดับ

ผลงานที่โดดเด่นของการประชุมครั้งนี้ คือ การที่รัฐมนตรีเอเปคเห็นชอบร่วมกันให้เสนอร่างเป้าหมายกรุงเทพฯ ว่าด้วยเศรษฐกิจ BCG ให้ที่ประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปครับรอง ซึ่งจะเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการทำงานเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนในเอเปคอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป ถือเป็นความสำเร็จที่จะเป็นภาพจำสำคัญที่สุดของการเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทยในครั้งนี้ นอกจากนี้ ไทยยังได้จัดตั้งรางวัล BCG เพื่อมอบให้แก่บุคคลและหน่วยงานที่นำแนวคิด BCG มาใช้ในการดำเนินชีวิตและประกอบธุรกิจ

ความสำเร็จของการประชุมรัฐมนตรีเอเปค ครั้งที่ ๓๓ นี้เป็นการปูทางไปสู่การประชุมผู้นำเอเปคที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ ๑๘ – ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ซึ่งจะถือเป็นบทสรุปการเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทยก่อนส่งไม้ต่อให้สหรัฐฯ ในฐานะเจ้าภาพเอเปค ๒๐๒๓ ต่อไป

7 Views