กลุ่มไม่เอาระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์

ที่มาของภาพ,THAI NEWS PIX
คำบรรยายภาพ, กลุ่มไม่เอาระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์

 

กลุ่มไม่เอาระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ประกาศเคลื่อนขบวนไปยังสถานทูตเยอรมนี โดยใช้เส้นทางผ่านแยกราชประสงค์ แกนนำระบุว่าต้องการเดินทางไปยื่นหนังสือ แต่เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นเมื่อ ผู้ชุมนุมรายหนึ่งถูกยิงกลางอก บริเวณหน้าสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และต่อมาได้รับบาดเจ็บถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว

เมื่อเวลา 16.00 น. นายธัชพงศ์ แกดำ หนึ่งในแกนนำกลุ่มซัพพอร์ตเตอร์ไทยแลนด์ ได้กล่าวปราศรัยต่อมวลชน ชุมนุมที่แยกปทุมวันเพื่อแสดงจุดยืนว่าต่อต้านระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ พร้อมกับประกาศให้ผู้ร่วมชุมนุมเคลื่อนขบวนไปยังสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนี ประจำประเทศไทย ถนนพระราม 4 โดยจะเดินทางผ่านถนนพระราม 1 ด้านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติและผ่านแยกราชประสงค์

ส่วนหนึ่งในการปราศรัยเขาระบุว่า การออกมาชุมนุมครั้งนี้เพื่อมาปกป้องการเมืองไทย ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ต่อมาในเวลา 17.05 น. มวลชนได้เดินทางมาถึงแยกเฉลิมเผ่า ซึ่งมีขบวนเจ้าหน้าที่ตรึงกำลังอยู่พร้อมกับรถฉีดน้ำแรงดันสูงหรือจีโน่บริเวณด้านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และมีความพยายามที่เจรจาเพื่อขอเปิดทางให้กลุ่มมวลชนเลี้ยวขวาไปยังถนนอังรีดูนังต์ แทนการเดินผ่านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เมื่อเวลาประมาณ 17.10 น. ผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวเดอะ รีพอร์ตเตอร์รายงานผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ว่า ว่ามีผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิง 1 ราย บนถนนอังรีดูนังต์ แต่ไม่ได้ระบุถึงที่มาของกระสุน

ขณะที่ช่างภาพข่าวพิเศษของบีบีซีไทยรายงานว่า ผู้ชุมนุมคนดังกล่าวถูกยิงกลางอก บริเวณหน้าสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้ได้รับบาดเจ็บถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลแล้ว

ผู้ได้รับบาดเจ็บถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลแล้ว

ที่มาของภาพ,THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ,ผู้ได้รับบาดเจ็บถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลแล้ว

การเดินขบวนใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง กลุ่มนักเคลื่อนไหวได้ส่งตัวแทนเข้าไปยื่นหนังสือถึงเจ้าหน้าที่สถานทูตเยอรมนี โดยเนื้อหาว่าด้วยการเรียกร้องให้รักษาปกครองระบอบประชาธิปไตยในไทย และต่อมาเวลา 18.45 น. แกนนำประกาศยุติการชุมนุม

จำต้องเปลี่ยนจุดชุมนุม เพราะ ตร. ตรึงกำลังในพื้นที่แน่น

กลุ่มดังกล่าวจะไม่สามารถจัดการชุมนุมได้ตามที่ตั้งเป้าว่าจะนัดรวมตัวทำกิจกรรมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในช่วงเวลา 15.00 น. ก่อนที่จะเดินขบวนไปยังสนามหลวง เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรั้วเหล็กและตู้คอนเทนเนอร์ปิดกั้นพื้นที่ดังกล่าว จึงทำให้ต้องเปลี่ยนจุดนัดชุมนุมมาเป็นแยกปทุมวันแทน

กลุ่มไม่เอาระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ถูกเปิดตัววานนี้ (13 พ.ย.) โดยแกนนำเครือข่ายเรียกร้องปฏิรูปสถาบัน นำโดย น.ส. ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นายกรกช แสงเย็นพันธ์ จากกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย น.ส.กตัญญู หมื่นคำเรือง จากกลุ่มทะลุฟ้า นายธีรัตม์ พณิชอุดมพัชร์ จากกลุ่มรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน หรือ ครช. นายธัชพงศ์ แกดำ จากกลุ่มซัพพอร์ตเตอร์ไทยแลนด์ น.ส. ฉัตรรพี อาจสมบูรณ์ จากกลุ่มศาลายาเพื่อประชาธิปไตย

มวลชนรวมตัวกันบนสกายวอล์คที่แยกปทุมวันร่วมกิจกรรมการชุมนุมในวันนี้

ที่มาของภาพ,THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ,มวลชนรวมตัวกันบนสกายวอล์คที่แยกปทุมวันร่วมกิจกรรมการชุมนุมในวันนี้

กิจกรรมในวันนี้ ถือเป็นการจัดการชุมนุมครั้งใหญ่ครั้งแรก ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 10 พ.ย. ที่ผ่านมาว่า ข้อเสนอการปฏิรูปสถาบัน 10 ข้อที่กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2563 เข้าข่ายการล้มล้างการปกครอง ซึ่งทั้ง น.ส. ปนัสยา และแนวร่วมต่างเห็นคัดค้านกับคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมการสะกัดการชุมนุมอย่างเข้มข้น ด้วยการปิดกั้นถนนทางเข้าที่มุ่งหน้าไปยังสถานจัดชุมนุมและเส้นทางถนนราชดำเนินไปยังสนามหลวง

เจ้าหน้าที่ตรวจผู้คนเข้าออกพื้นที่

ที่มาของภาพ,THAI NEWS PIX

เว็บไซต์มติชนรายงานว่า บริเวณถนนราชดำเนินกลาง ก่อนถึงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เจ้าหน้าที่ได้นำรถยนต์เคลื่อนที่เร็ว รถฉีดน้ำแรงดันสูง (จีโน่) รถควบคุมผู้ต้องหา และตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) เข้ามาประจำการในพื้นที่ด้วย

มวลชนบางส่วนที่เข้ามาปักหลักรอที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยทยอยเดินทางออกจากพื้นที่ไปยังแยกปทุมวัน

ที่มาของภาพ,THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ,มวลชนแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) บางส่วนที่เข้ามาปักหลักรอที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยทยอยเดินทางออกจากพื้นที่ไปยังแยกปทุมวัน

แม้ว่าจะผ่านมาแล้วเป็นเวลากว่า 30 นาทีจากกำหนดการเดิม แต่กิจกรรมยังไม่เริ่มต้นขึ้น เนื่องจากยังคงรอมวลชนที่กำลังทยอยเดินทางเข้ามายังพื้นที่ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่่ตำรวจอนุญาตให้ปิดช่องทางการจราจรบนถนนพระรามที่ 1 และถนนพญาไท ขณะที่มวลชนส่วนหนึ่งรวมตัวกันที่ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

บรรยากาศมวลชนรวมตัวกันที่แยกปทุมวันร่วมกิจกรรมการชุมนุมในวันนี้

ที่มาของภาพ,THAI NEWS PIX

ต่อมาเวลาประมาณ 16.00 น. นายธัชพงศ์ แกดำ หนึ่งในแกนนำกลุ่มซัพพอร์ตเตอร์ไทยแลนด์ ได้กล่าวปราศรัยต่อมวลชน ชุมนุมที่แยกปทุมวันเพื่อแสดงจุดยืนว่าต่อต้านระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ พร้อมกับประกาศให้ผู้ร่วมชุมนุมเคลื่อนขบวนไปยังสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนี ประจำประเทศไทย ถนนพระราม 4 โดยจะเดินทางผ่านถนนพระราม 1 ด้านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติและผ่านแยกราชประสงค์

นายธัชพงศ์ แกดำ

ที่มาของภาพ,THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ,นายธัชพงศ์ แกดำ

ในขณะที่เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนตั้งขบวนตั้งรับที่แยกเฉลิมเผ่าเพื่อตั้งรับ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวนอกจากจะเป็นอาคารสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ยังมีศูนย์การค้าและศูนย์ราชการ

เกิดความวุ่นวายในช่วงเช้า

ก่อนกำหนดการนัดการชุมนุมในช่วงบ่ายนี้ เกิดเหตุความวุ่นวายเล็กน้อยเมื่อเวลา 11.40 น. ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งเข้าค้นบ้านกลุ่มทะลุฟ้า โดยอ้างว่าต้องการค้นหาสิ่งของผิดกฎหมาย หรือ ทำให้แพร่เชื้อโควิด-19 มีรายงานว่าตำรวจหนึ่งนายเข้าไปตรวจค้นเสร็จแล้ว แต่ไม่ได้ยิดสิ่งของสิ่งใดไป

ขณะที่ เพจ We Volunteer ซึ่งเป็นกลุ่มหนึ่งที่จะเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองในวันนี้ ได้โพสต์ข้อความแจ้งว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายได้ทำการเฝ้าระวังและจับตาการเคลื่อนไหวของสมาชิกทีม We volunteer บริเวณหน้าบ้านพัก

ที่มาของการจัดชุมนุมวันนี้ (14 พ.ย.)

กิจกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังวานนี้ (13 พ.ย.) กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และกลุ่มปฏิรูปสถาบัน รวมถึงองค์กร-เครือข่ายภาคประชาชน ซึ่งโดย น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ได้ร่วมกันแถลงในนาม “กลุ่มไม่เอาระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์” พร้อมอ่านแถลงการณ์ต่อต้านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ คดีล้มล้างการปกครอง

ศาลรัฐธรรมนูญ

ที่มาของภาพ,YOUTUBE/สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ

น.ส.ปนัสยา อ่านคำแถลงการณ์โดยยืนยันข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันฯ 10 ข้อ ไม่ได้มีเจตนาล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ในขณะเดียวกันเนื้อหาในแถลงการณ์ดังกล่าวยังสะท้อนให้เห็นถึงการไม่ยอมรับคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญของกลุ่มด้วย เนื่องจากพวกเขามองว่าเป็นคำวินิจฉัยที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อกำจัดศัตรูทางการเมือง และเป็นการใช้อำนาจเกิดขอบเขต ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ พวกเขาจึงไม่ยอมรับคำสั่งศาลว่าเป็นที่สุดและไม่ผูกพันกับองค์กรใด

ตร. ดำเนินคดีต่อผู้ชุมนุมย้อนหลังเป็นจำนวนกว่า 1,200 คดี

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยในการแถลงข่าวเมื่อวานนี้ (13 พ.ย.) ว่า ที่ผ่านมา ในการบังคับกฎหมายจะต้องดูความเหมาะสมและความจำเป็นต่อสถานการณ์ อยากจะฝากว่า ผู้ยังมีแนวความคิดจะออกมาชุมนุมหรือ ออกมามีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงกับการผิดกฎหมาย ก็อยากจะให้เลิกเสีย ในประเด็นเรื่องการปลุกปั่นหรือนำเข้าข้อความอันเป็นเท็จ ที่บิดเบือนหรือเฟคนิวส์ (ข่าวลวง) ก็ดีในสังคมออนไลน์หรือโซเชียลมีเดียในรูปแบบต่าง ๆ อยากจะให้ละเว้นเอาไว้ แม้ว่าท่านจะมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งความคิด ซึ่งความคิดเหล่านั้นก็คงไม่สามารถละเมิดสิทธิผู้อื่นใด หรือ องค์กรใด ๆ ได้ที่ผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ ตร. จะมีการดำเนินคดีตามหลังอยู่แล้วหากพิจารณาจากการดำเนินคดีต่อผู้ชุมนุมนับตั้งแต่กลางเดือน ก.ค. 2563 กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ดำเนินคดีไปแล้ว 785 คดี หากรวมทั่วประเทศประมาณ 1,200 คดี

ที่มาข่าว ThaiBBCNews

143 Views